ดึงหน้าชั้นลึก ราคาเท่าไหร่ ดึงครั้งเดียว ให้ผลลัพธ์ถาวรหรือไม่?

ดึงหน้าชั้นลึก ราคาเท่าไหร่ ดึงครั้งเดียว ให้ผลลัพธ์ถาวรหรือไม่?
ดึงหน้าชั้นลึก ราคาเท่าไหร่ ดึงครั้งเดียว ให้ผลลัพธ์ถาวรหรือไม่?

หากคนไข้กำลังหาข้อมูลว่าดึงหน้าชั้นลึก ราคาเท่าไหร่? สิ่งแรกที่ควรทำความเข้าใจ คือ ราคาดึงหน้าไม่ได้มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน เพราะการผ่าตัดต้องวางแผนตามระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และปัญหาที่ต้องการแก้ไข รวมถึงจำเป็นต้องดึงคอ Necklift หรือหัตถการยกกระชับย้อนวัยอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่

อีกคำถามที่หลายคนอยากรู้ไม่แพ้กัน คือ ดึงหน้าครั้งเดียวอยู่ได้กี่ปี? โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการดึงหน้าอยู่ได้นานประมาณ 5-10 ปีโดยเฉลี่ย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้ตลอดชีวิต เพราะผิวและเนื้อเยื่อยังคงเปลี่ยนแปลงตามวัยหลังการผ่าตัด

ดังนั้น หากกำลังตัดสินใจดึงหน้า Facelift สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียง “ราคาเท่าไหร่” แต่ควรดูว่าเทคนิคที่เลือก ตอบโจทย์ปัญหาของเราหรือไม่ ศัลยแพทย์วางแผนการรักษาอย่างไร และมีการดูแลติดตามผลต่อเนื่องหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสมหรือไม่

ดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift) เป็นหนึ่งในเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้า โดยศัลยแพทย์จะผ่าตัดลงลึกในชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกกว่าชั้นผิว เพื่อช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าและกรอบหน้าในระดับโครงสร้าง

การวางแผนไม่ได้ประเมินเพียงว่าผิวหย่อนคล้อยมากแค่ไหน แต่ต้องประเมินภาพรวมของใบหน้า ทั้งชั้นผิว ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เนื้อเยื่อ ไขมัน และโครงสร้างใบหน้า เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละเคส ด้วยเหตุนี้ การที่คนไข้จะทราบได้ว่า ดึงหน้าชั้นลึกราคาเท่าไหร่? จึงควรประเมินเป็นรายบุคคล มากกว่าการกำหนดราคาเดียวสำหรับทุกคน

ดึงหน้าชั้นลึก ราคาเท่าไหร่? ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อราคา

ดึงหน้าชั้นลึกราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
ดึงหน้าชั้นลึกราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
  • ระดับความหย่อนคล้อย
    คนไข้แต่ละเคสมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางเคสหย่อนเฉพาะแก้มและกรอบหน้า ขณะที่บางเคสมีความหย่อนคล้อยต่อเนื่องมาจนถึงลำคอ
  • โครงสร้างใบหน้า
    แพทย์ต้องประเมินทั้งสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณหนังส่วนเกิน และมีการพิจารณาลึกไปถึงโครงสร้างใบหน้า เพื่อวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละคน
  • เทคนิคและขอบเขตการผ่าตัด
    รายละเอียดของการผ่าตัดและเทคนิคที่ใช้ จะแตกต่างกันตามปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน จึงส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม
  • การทำ Necklift หรือหัตถการอื่นร่วมด้วย
    หากมีปัญหาคอหย่อนคล้อย คอเป็นเส้น หรือกรอบหน้าไม่ชัด ต่อเนื่องลงมาถึงลำคอ แพทย์อาจพิจารณาการทำ Facelift รวมกับ Necklift เพื่อให้ภาพรวมของใบหน้าและลำคอดูสอดคล้องกัน และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ดึงหน้าครั้งเดียว อยู่ได้ถาวรไหม?

ผลลัพธ์หลังการดึงหน้าชั้นลึก อยู่ได้นานประมาณ 5-10 ปีโดยเฉลี่ย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า อายุ และการเปลี่ยนแปลงของแต่ละบุคคล การผ่าตัดสามารถช่วยแก้ความหย่อนคล้อยที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ไม่สามารถหยุดกระบวนการ Aging Process ได้ ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ผิวและเนื้อเยื่อก็ยังเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการดูแลและ Maintain ผลลัพธ์อย่างเหมาะสม เช่น การทำโปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับผิว โปรแกรมฉีดโบ โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดอยู่ได้นานขึ้น

ดึงหน้าชั้นลึก ถาวรไหม ดึงหน้าครั้งเดียวอยู่ได้กี่ปี
ดึงหน้าชั้นลึก ถาวรไหม ดึงหน้าครั้งเดียวอยู่ได้กี่ปี

อะไรทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานไม่เท่ากัน?

  • สภาพผิว และความยืดหยุ่นของผิว
  • โครงสร้างใบหน้า ทั้งชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน ชั้น SMAS ไปจนถึงกระดูก
  • อายุและการเปลี่ยนแปลงตามวัย 
  • การดูแลหลังผ่าตัด รวมถึงการดูแลคุณภาพผิวและการทำหัตถการที่เหมาะสม

“ผลลัพธ์อยู่ได้นาน” ไม่ได้หมายความว่าใบหน้าจะหยุดแก่ แต่หมายถึงใบหน้ายังคงมีความกระชับจากผลของการผ่าตัด ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงตามวัยจะค่อยๆ เกิดขึ้นต่อไปตามธรรมชาตินั่นเอง

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ดึงหน้าชั้นลึก (Facelift) vs ดึงคอ (Necklift) ต่างกันอย่างไร?

หลายคนที่กำลังหาข้อมูลดึงหน้า Facelift อาจสงสัยว่าตัวเองควรทำหัตถการดึงหน้า หรือดึงคอ หรือจำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างหรือไม่? ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “บริเวณที่ต้องการแก้ไข” ดังนี้

เทคนิค ดึงหน้าชั้นลึก (Facelift) ดึงคอ (Necklift)
บริเวณที่แก้ไข ใบหน้าและกรอบหน้า ใต้คางและลำคอ
ปัญหาที่พบบ่อย แก้มตก กระเปาะแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าส่วนล่างหย่อนคล้อย คอหย่อนคล้อย คอเป็นเส้น เหนียง หรือผิวลำคอไม่กระชับ
ช่วยอะไร ยกกระชับใบหน้าและกรอบหน้า พร้อมตกแต่งหนังส่วนเกิน ลดความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอ ช่วยให้ลำคอได้สัดส่วนมากขึ้น

ในบางเคสมีปัญหาความหย่อนคล้อยร่วมกันทั้งใบหน้าและลำคอ การทำ Facelift ร่วมกับ Necklift นอกจากจะช่วยยกกระชับใบหน้าและลำคอ ให้ดูเต่งตึงกระชับ อ่อนวัยขึ้น ด้วยผลลัพธ์ของการยกกระชับที่สอดคล้องกัน ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการย้อนวัยที่คุ้มค่า เพราะผ่าตัดครั้งเดียว ใช้แนวแผลร่วมกัน ช่วยให้คนไข้ใช้เวลาในการดูแลแผลและพักฟื้นเพียงรอบเดียว

ดึงหน้าชั้นลึก เหมาะกับใคร?

  • แก้มหรือใบหน้าหย่อนคล้อยลง
  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดจากความหย่อนคล้อย
  • มีความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนล่าง
  • มีหนังส่วนเกินบริเวณใบหน้ามาก 
  • ต้องการแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง
  • มีความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอร่วมด้วย
  • ต้องการผลลัพธ์ของการยกกระชับย้อนวัยที่เป็นธรรมชาติ
ดึงหน้า Facelift ดึงคอ Necklift ดึงหน้าชั้นลึก เหมาะกับใคร
ดึงหน้า Facelift ดึงคอ Necklift ดึงหน้าชั้นลึก เหมาะกับใคร

ดึงหน้าชั้นลึก ต้องทำ Necklift ด้วยหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องทำ Necklift เสมอไป หากปัญหาหลักอยู่บริเวณใบหน้า แก้มและกรอบหน้า ศัลยแพทย์จะวางแผนดึงหน้าเป็นหลัก แต่หากมีความหย่อนคล้อยต่อเนื่องมาถึงใต้คางหรือลำคอ การดึงหน้า Facelift ร่วมกับดึงคอ Necklift อาจเหมาะสมกว่าในบางกรณี

ดึงหน้าชั้นลึก พักฟื้นกี่วัน ปรึกษา BLS Plastic Surgeon
ดึงหน้าชั้นลึก พักฟื้นกี่วัน ปรึกษา BLS Plastic Surgeon

สำหรับคนไข้ที่สงสัยว่าดึงคอ Necklift ราคาเท่าไหร่ สามารถประเมินปัญหากับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางได้โดยตรง เพื่อสอบถามหัตถการที่เหมาะสมและแผนการรักษา รวมถึงคำนวณค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นได้ ที่ BLS Surgery Center

ดึงหน้าชั้นลึก พักฟื้นกี่วัน?

  • 1-3 วันแรก : อาจมีอาการบวม และตึงบริเวณที่ผ่าตัด ควรพักผ่อนและดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์
  • 4-7 วัน : โดยทั่วไปความบวม และตึงบริเวณใบหน้าจะค่อยๆ ลดลง
  • 7-14 วัน : แผลเริ่มแห้ง และตัดไหม อาการบวมลดลงต่อเนื่อง
  • 1 เดือน : ใบหน้าเริ่มเข้าที่มากขึ้น แผลเนียน จนแทบมองไม่เห็นรอยแผล และสามารถกลับไปทำกิจวัตรต่างๆ ได้มากขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์
  • 3-6  เดือน : ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติขึ้นอย่างต่อเนื่อง

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ดึงหน้าชั้นลึก มีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

การดึงหน้าเป็นการผ่าตัด จึงมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดประเภทอื่น สิ่งที่ควรทราบ ได้แก่

  • อาการบวมบริเวณใบหน้า เป็นอาการปกติหลังผ่าตัด ที่พบได้ในช่วง 5 วันแรก และอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และหายได้เอง ในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • อาการชา เป็นอาการปกติ สามารถพบได้เล็กน้อยในช่วงแรกหลังผ่าตัด ระหว่างกระบวนการฟื้นตัวของร่างกาย และสามารถหายเป็นปกติได้เอง
  • รู้สึกตึงใต้ผิวบริเวณที่ทำการผ่าตัด การผ่าตัดดึงหน้าในชั้นผิว SMAS มีการดึงเนื้อเยื่อผิว ทำให้เกิดการตึงที่เป็นปกติ โดยทั่วไป สามารถหายจากความรู้สึกตึงใต้ผิวได้ในช่วง 3-6 เดือน
  • เลือดออกผิดปกติหรือเลือดคั่ง เกิดจากเลือดออกใต้ผิวหนังหลังผ่าตัดที่สะสมเป็นก้อน ทำให้หน้าบวมแข็ง จับแล้วเจ็บ หากพบอาการดังกล่าวควรพบแพทย์โดยด่วน
  • การติดเชื้อ สามารถเกิดขึ้นได้ หากรับการผ่าตัดในสถานพยาบาลหรือศูนย์ศัลยกรรมที่ไม่มีมาตรฐาน หรือไม่มีห้องผ่าตัดที่มีมาตรฐาน ไม่มีการเตรียมคนไข้อย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดความเสี่ยงของการติดเชื้อระหว่างผ่าตัดได้
  • แผลเป็น ดึงหน้าแล้วมีแผลเป็น อาจเกิดจากการผ่าตัดโดยผู้ที่ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่มีความชำนาญด้านการผ่าตัดดึงหน้าโดยตรง ทำให้ไม่มีการวางแผนผ่าตัด การออกแบบผลลัพธ์และการวางตำแหน่งแนวแผล รวมถึงมีเทคนิคการเย็บซ่อนแผลที่ดี

การผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) และดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ (Anesthesiologist) รวมถึงการพูดคุยกับแพทย์อย่างละเอียดก่อนผ่าตัด จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้เข้าใจทั้งข้อดี ข้อจำกัด และสิ่งที่คาดหวังได้จากการรักษาอย่างตรงไปตรงมาก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพื่อผลลัพธ์ของการดึงหน้าที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัย

แนะนำศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center

หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272
หมอเอิร์ธ BLS 
นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) 
ว.48272
หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914
หมอวิ BLS 
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ 
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)
ว.55914
หมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร ว.54362
หมอต้า BLS 
นพ.เตชิณ วศินสังวร 
(TECHIN WASINSANGWORN, M.D.)
ว.54362

ดึงหน้าชั้นลึก คุ้มไหม? ก่อนตัดสินใจควรดูอะไรบ้าง

คนไข้ที่มีแพลนจะทำศัลยกรรมดึงหน้า และกำลังสงสัยว่าการดึงหน้า Facelift ราคาเท่าไหร่? และดึงหน้าชั้นลึก คุ้มไหม? อาจลองพิจารณา 4 เรื่องนี้ควบคู่กัน

1. แพทย์มีความชำนาญด้านการดึงหน้าหรือไม่?

เพราะการดึงหน้า (Facelift) ต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด การเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ที่มีความชำนาญด้านการดึงหน้าและดึงคอโดยตรง จึงช่วยให้การวางแผนการรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งด้านความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ดูเป็นธรรมชาติ

2. เทคนิคที่เลือกเหมาะกับใบหน้าหรือไม่?

การประเมินก่อนผ่าตัด ช่วยให้ทราบว่าความหย่อนคล้อยเกิดจากบริเวณใด ควรแก้ไขในระดับไหน และควรใช้หัตถการใด ที่ตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้อย่างตรงจุด

3. ราคาครอบคลุมอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งขอบเขตการผ่าตัด มีการทำหัตถการใดบ้าง ค่าห้องผ่าตัด การติดตามผล และการดูแลหลังผ่าตัด

4. มีแผนดูแลผลลัพธ์ในระยะยาวหรือไม่?

แม้การผ่าตัดจะช่วยแก้ความหย่อนคล้อยได้ แต่กระบวนการ Aging ยังคงดำเนินต่อไป การดูแลผิวและเลือกหัตถการที่เหมาะสมในระยะยาว จึงมีส่วนช่วยดูแลภาพรวมของใบหน้า เพื่อผลลัพธ์ของการยกกระชับย้อนวัยที่ยาวนานยิ่งขึ้น

สรุป ดึงหน้าชั้นลึก ราคาเท่าไหร่? และผลลัพธ์ดึงหน้าอยู่ได้นานแค่ไหน?

ดึงหน้าชั้นลึก ราคาจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า เทคนิค และขอบเขตการผ่าตัด รวมถึงการประเมินทำร่วมกับการดึงคอ Necklift หรือหัตถการย้อนวัยอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่

ดึงหน้าครั้งเดียวอยู่ได้กี่ปี? ดึงหน้าชั้นลึก ผลลัพธ์อยู่ได้ถาวรไหม? คำตอบ คือ ไม่ถาวรตลอดชีวิต แต่โดยทั่วไป ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า อายุ และการดูแลหลังผ่าตัด

หากคนไข้กำลังตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้า การได้พูดคุยกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางและประเมินใบหน้าจริง จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะการดึงหน้าเป็นการตัดสินใจที่ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่กับเราไปอีกหลายปี การเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเองและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่ต้น จึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด

รีวิวผลลัพธ์ดึงหน้าชั้นลึก ดูเป็นธรรมชาติ ที่ BLS Surgery Center

VDO Review ผลลัพธ์ดึงหน้าชั้นลึก ดูเป็นธรรมชาติ  ที่ BLS Surgery Center

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการดึงหน้าชั้นลึก

คนไข้แต่ละเคส มีปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าที่แตกต่างกัน ทำให้การพิจารณาการวางแผนรักษาและเลือกหัตถการ ย่อมไม่เหมือนกัน โดยส่วนใหญ่แล้ว ราคาจะขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า เทคนิคที่ใช้ และขอบเขตการผ่าตัด รวมถึงการทำ Necklift หรือหัตถการอื่นร่วมด้วย หากสนใจดึงหน้าชั้นลึก ดึงหน้าดึงคอ หรือทำหัตถการย้อนวัยอื่นๆ สามารถเข้ารับการประเมิน โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) เพื่อพูดคุยถึงปัญหา ความต้องการ และแนวทางการผ่าตัดที่เหมาะกับใบหน้าของแต่ละบุคคลได้ที่ BLS Surgery Center

โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการดึงหน้าชั้นลึก จะอยู่ได้นานประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งด้านอายุ สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการดูแลหลังผ่าตัด

ผลลัพธ์ของการดึงหน้าชั้นลึก ไม่ถาวรตลอดชีวิต เพราะหลังผ่าตัด ผิวและเนื้อเยื่อยังคงเปลี่ยนแปลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นของคนไข้ และความหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งเป็นไปตามกลไกตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์

หลังดึงหน้าชั้นลึก อาการบวมจะค่อยๆ ลดลงในช่วง 7-14 วันหลังผ่าตัด ส่วนใบหน้าจะค่อยๆ เข้าที่มากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงประมาณ 1-3 เดือน

การดึงหน้าชั้นลึก เหมาะกับคนไข้ที่มีความหย่อนคล้อยของใบหน้า เช่น มีปัญหาหน้าแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย มีกระเปาะแก้ม ร่องแก้มลึก มีเส้นร่องน้ำหมากชัด และกรอบหน้าไม่ได้สัดส่วน ซึ่งต้องการการแก้ไขในระดับโครงสร้างผิวชั้นลึก ร่วมกับมีหนังส่วนเกินมาก โดยควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจรับการผ่าตัด

การดึงหน้า Facelift เน้นแก้ไขความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าและกรอบหน้า ส่วนดึงคอ Necklift เน้นบริเวณใต้คางและลำคอ โดยบางเคสสามารถทำร่วมกันได้

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง