
ดึงหน้าไม่มีแผลเลยได้ไหม?
ดึงหน้า (Facelift) เพื่อแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย โดยที่ “ไม่มีแผลเลยได้ไหม?” สำหรับคนที่กังวลเรื่องแผลหลังผ่าตัด และไม่อยากให้คนรอบตัวสังเกตว่าผ่านการศัลยกรรมมา พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914 หรือ หมอวิ BLS (หมอวิ BLS ดึงหน้า ยกคิ้ว) ให้คำตอบว่าการผ่าตัดดึงหน้า ไม่สามารถทำโดยไม่มีแผลเลยได้ เพราะเป็นการผ่าตัดที่ต้องมีการเปิดแผล แต่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) จะใช้เทคนิคซ่อนแผลเนี้ยบ เพื่อแผลเล็กและเนียนไปกับรอยพับของผิวตามธรรมชาติของคนไข้ เป็นการออกแบบและซ่อนแนวแผลให้อยู่ในบริเวณที่มองเห็นได้ยาก เช่น ตามแนวไรผมและขอบใบหู เมื่อแผลหายดีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม รอยแผลจะค่อยๆ จางและกลมกลืนกับสีผิวของคนไข้ จนแทบมองไม่เห็นแผล
ดังนั้น สำหรับหมอวิ BLS สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ “แผลเล็ก” แต่เป็นการวางตำแหน่งแผลให้เหมาะกับคนไข้แต่ละเคส ควบคู่ไปกับการวางแผนการผ่าตัดและผลลัพธ์ให้ดูเป็นธรรมชาติ
ดึงหน้าไม่มีแผลเลยได้ไหม? หมอวิ BLS เปิดตำแหน่งแผลที่ซ่อนอยู่
ดึงหน้าไม่มีแผลเลยไม่ได้ แต่สามารถซ่อนแนวแผลให้สังเกตเห็นได้ยาก โดยตำแหน่งของแผลจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ ปัญหาความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
การดึงหน้าเป็นการผ่าตัด เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า แตกต่างจากหัตถการยกกระชับหน้าที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น โปรแกรม Ulthera Prime โปรแกรม OligioX หรือโปรแกรม Ultraformer III ซึ่งไม่มีแผลผ่าตัด
สำหรับการทำ Facelift จึงควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า “ไม่มีแผล” กับ “มองไม่เห็นแผล” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เป้าหมายของการวางแผนผ่าตัดที่ดี คือ ทำให้แนวแผลอยู่ในตำแหน่งที่สามารถพรางสายตาได้ และเมื่อแผลหายสนิทแล้ว จะค่อยๆ จางลงและกลมกลืนกับบริเวณผิวหนังโดยรอบ จนแทบมองไม่เห็นแผล

ดึงหน้าซ่อนแผล ทำอย่างไร? แผลดึงหน้าอยู่ตรงไหน
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการผ่าตัดดึงหน้า คือ การวางแนวแผลให้เหมาะสม เพื่อให้สังเกตเห็นแผลได้น้อยที่สุด โดยทั่วไปสามารถออกแบบแนวแผลบริเวณที่ช่วยพรางสายตาได้ เช่น
- ซ่อนแผลตามแนวไรผมด้านบน
บริเวณแนวไรผมสามารถช่วยพรางรอยแผลด้วยเส้นผม ทำให้เมื่อมองจากภายนอกสังเกตได้ยากขึ้น แม้จะเป็นช่วงหลังผ่าตัดใหม่ๆ ก็ตาม - แนวแผลบริเวณขอบใบหู
แนวแผลสามารถวางไปตามบริเวณขอบใบหู ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีรอยพับและรายละเอียดของใบหูช่วยพรางแนวแผลได้เป็นอย่างดี - อ้อมไปทางด้านหลังติ่งหู
แนวแผลสามารถต่อเนื่องไปบริเวณด้านหลังติ่งหู เพื่อไม่ให้แนวแผลอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ง่ายจากด้านหน้า - ต่อเนื่องไปตามแนวไรผมด้านหลัง
การวางแนวแผลบริเวณนี้ช่วยให้เส้นผมสามารถพรางรอยแผลได้อีกส่วนหนึ่ง
ดังนั้น หากถามว่า “ดึงหน้าซ่อนแผลในไรผมได้ไหม?” คุณหมอเคลียร์ข้อสงสัยนี้ได้ว่า การวางแนวแผลในบริเวณที่ช่วยพรางด้วยเส้นผม สามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่ตำแหน่งแผลที่เหมาะสมต้องประเมินเป็นรายบุคคล

ดึงหน้ามีแผลเป็นไหม? สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
การผ่าตัดทุกชนิดมีโอกาสเกิดแผลเป็น และการดึงหน้าก็เช่นกัน แต่ลักษณะของแผลหลังผ่าตัดไม่ได้เหมือนกันในทุกคน
สิ่งที่มีผลต่อลักษณะแผล ได้แก่
- ตำแหน่งและแนวของแผล
- เทคนิคการผ่าตัด
- วิธีการเย็บและการดูแลแผล
- การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล เช่น บางเคสเป็นแผลเป็น หรือเป็นคีลอยด์ได้ง่าย
- การดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้น
โดยปกติแล้ว ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่ BLS Surgery Center จะเลือกใช้เทคนิคดึงหน้าชั้นลึก SMAS ช่วยให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ยาวนาน ไม่เกิดแผลตึงรั้ง ร่วมกับเทคนิคซ่อนแผล โดยผ่านการออกแบบและวางแนวแผลให้ซ่อนชิดกับไรผมและเนียนไปกับกรอบหน้า เพื่อไม่ให้เห็นแผลได้ชัด และมีการนัดดูแผลเป็นระยะ เพื่อติดตามผล แนะนำการดูแลแผล ทั้งดูแลโดยคนไข้เองและการใช้โปรแกรมช่วยลดรอยแผลที่ถูกต้อง และเมื่อแผลหายดี สีและลักษณะของแผลสามารถค่อยๆ เนียนขึ้นจนสังเกตได้ยาก
ดึงหน้าแผลเนียนทำอย่างไร?
การมีแผลที่มองเห็นได้ยากไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งแผลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การวางแผนก่อนผ่าตัด
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914 หรือหมอวิ BLS ทำหัตถการดึงหน้า โดยมีการประเมินใบหน้าเป็นรายบุคคลอย่างละเอียด เพื่อเลือกแนวทางการผ่าตัดและวางตำแหน่งแผลให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละเคส เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีสภาพผิว แนวไรผม รูปทรงใบหู และระดับความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกัน

หัวใจสำคัญของการมีแผลดึงหน้าที่ดูเนียน จึงไม่ใช่การตามหา “หมอดึงหน้าซ่อนแผลเก่ง” แต่ควรพิจารณาความชำนาญในการประเมินปัญหา การออกแบบการผ่าตัด ตำแหน่งแผล และการดูแลหลังผ่าตัดร่วมกันกับคนไข้ของศัลยแพทย์
ดึงหน้าแบบไหนแผลเล็ก? ไม่มีแผล เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
| เทคนิค | ลักษณะ | แผลผ่าตัด | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Facelift | ผ่าตัดยกกระชับใบหน้าในชั้นผิว SMAS | ซ่อนแผลเนี้ยบ เนียนไปกับแนวไรผมและรอบใบหู | คนที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าชัดเจน และมีหนังส่วนเกิน |
| Endo-Facelift | ใช้การส่องกล้อง เปิดแผลขนาดเล็กมาก | ซ่อนแผลในไรผม ไม่มีแผลบริเวณใบหน้า | คนที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย แก้มห้อย กระเปาะแก้ม ร่องแก้ม กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการพักฟื้นสั้น |
| หัตถการไม่ผ่าตัด | ใช้พลังงานหรือเทคโนโลยีช่วยยกกระชับผิว | ไม่มีแผลผ่าตัด | คนที่มีผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับหน้า แต่ปัญหาความหย่อนคล้อยยังไม่มาก |
ดึงหน้าพักฟื้นกี่วัน? Timeline หลังผ่าตัด
ระยะพักฟื้นของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด และการตอบสนองของร่างกาย
- วันผ่าตัด – เริ่มเข้าสู่ระยะพักฟื้น อาจมีอาการบวม ตึง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ผ่าตัด
- ช่วงแรกหลังผ่าตัด – ควรเน้นการดูแลและรักษาความสะอาดของแผล รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ช่วงแผลเริ่มฟื้นตัว – อาการบวมและรอยต่างๆ จะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ แผลยังต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
- หลังแผลหายดี – สีและลักษณะของแผลสามารถค่อยๆ กลมกลืนกับผิวมากขึ้น แต่ระยะเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ดังนั้น หากถามว่า “ดึงหน้าแผลหายกี่วัน?” ควรแยกระหว่าง “แผลหาย” กับ “รอยแผลจางจนสังเกตได้ยาก” เพราะเป็นคนละช่วงของการฟื้นตัว
ดึงหน้าดูแลแผลอย่างไรให้แผลเนียน?
การดูแลหลังผ่าตัดมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของแผลและรอยแผล คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด

- เช็ดทำความสะอาดบริเวณแผลด้วยน้ำเกลือ ให้สะอาดทุกวัน วันละ 1 ครั้ง จนกว่าจะตัดไหม
- สำหรับแผลที่เย็บด้วยลวดเย็บแผลทางการแพทย์ (Staple) ให้ทาเบตาดีน (Betadine) จนกว่าจะ Off Staple
- สำหรับแผลเย็บไหม ให้ทายาขี้ผึ้ง (Oilment) 7-14 วัน จนกว่าจะตัดไหม
- ยาลดรอยแผลเป็น แนะนำให้ทดลองทาบริเวณข้อพับแขน หากมีอาการคัน แสบ มีผื่นแดง ให้เช็ดออกทันที แต่หากไม่มีอาการ สามารถใช้ทาได้ หลังจากตัดไหมไปแล้ว ทาเป็นระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี (ยกเว้นแผลที่อยู่ในผม ไม่ต้องใช้ยาลดรอยแผลเป็น)
กรณีหลังตัดไหมไปแล้ว แล้วรู้สึกสัมผัสถึงความสะดุดของแผล อาจเกิดจากไหมละลายโผล่ออกมา หากพบให้ถ่ายรูปส่งทางไลน์เลขาแพทย์ ทำนัดสาขา เพื่อเข้ามาตัดไหมอีกครั้ง ปกติจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่หากไม่รู้สึกรำคาญ ตัวไหมจะละลายไปเองภายใน 1-2 เดือน
ข้อเสียของการดึงหน้าที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
แม้การดึงหน้า Facelift จะช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ แต่ก็เป็นการผ่าตัด จึงควรพิจารณาข้อจำกัดและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
- ต้องมีแผลผ่าตัด
- มีระยะพักฟื้น
- อาจมีอาการบวม ตึง หรือไม่สบายบริเวณผ่าตัด
- มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- ผลลัพธ์และลักษณะของแผล ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
การตัดสินใจทำศัลยกรรม จึงควรเริ่มจากการพูดคุยกับศัลยแพทย์ ถึงความคาดหวัง ข้อจำกัด และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตัวคนไข้โดยเฉพาะ
ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี? ทำไมผลลัพธ์แต่ละคนไม่เท่ากัน

คำถาม “ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี?” เป็นอีกเรื่องที่คนสนใจก่อนตัดสินใจทำ Facelift ซึ่งการดึงหน้าช่วยแก้ความหย่อนคล้อยได้ยาวนาน 5-10 ปี แต่กระบวนการหย่อนคล้อยตามวัยยังคงดำเนินต่อไป ปัจจัยอย่างอายุ คุณภาพผิว การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ล้วนมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในอนาคต
ดังนั้น เป้าหมายของหมอวิ BLS ดึงหน้าผลลัพธ์ธรรมชาติ อยู่ที่การวางแผนให้เหมาะกับแต่ละเคส เพื่อผลของการยกกระชับย้อนวัยให้กับใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ยาวนาน ให้คนไข้ดูสดใส อ่อนวัยขึ้นแต่ยังคงเป็นตัวเองที่ดูสดชื่นและมั่นใจมากขึ้น มากกว่าการพยายามทำให้ใบหน้าตึงจนดูผิดธรรมชาติ
ผ่าตัดดึงหน้า ราคาเท่าไหร่? ควรดูอะไรนอกจากราคา
สำหรับคนไข้ที่กำลังหาข้อมูลการผ่าตัดดึงหน้า ราคาเท่าไหร่? ไม่ควรเปรียบเทียบเพียงตัวเลขค่าใช้จ่าย เพราะราคาของการผ่าตัด อาจแตกต่างกันตามเทคนิค ขอบเขตการผ่าตัด การแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล และบริการที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กับราคา ได้แก่
- ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางหรือไม่
- แพทย์มีความชำนาญด้านศัลยกรรมดึงหน้าหรือไม่
- แพทย์ประเมินปัญหาใบหน้าเป็นรายบุคคลหรือไม่
- ผ่าตัดด้วยวิธีดมยาสลบ โดยมีวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 1:1 หรือไม่
- เทคนิคที่ใช้เหมาะกับปัญหาของเราหรือไม่
- มีการวางแผนและดูแลหลังผ่าตัดอย่างไร
เพราะการดึงหน้าไม่ใช่เพียงการ “ดึงให้ตึง” แต่เป็นการวางแผนทั้งตำแหน่งการผ่าตัด การยกกระชับ และผลลัพธ์โดยรวมต้องดูเป็นธรรมชาติ
ทำไมคนไข้ไว้วางใจ “หมอวิ BLS” เรื่องการดึงหน้า?
การเลือกแพทย์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจดึงหน้า (Facelift) เพราะการผ่าตัดไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ทำให้ใบหน้าตึงขึ้น แต่ต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า การประเมินระดับความหย่อนคล้อย และการวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914 หรือ “หมอวิ BLS” เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ BLS Surgery Center มีความชำนาญและประสบการณ์ด้านศัลยกรรมยกกระชับย้อนวัยให้กับใบหน้า (หมอวิ BLS ดึงหน้า ยกคิ้ว) และให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาใบหน้าอย่างละเอียดก่อนวางแผนการผ่าตัด เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใบหน้า และสอดคล้องกับความต้องการของคนไข้แต่ละเคส

- หมอวิ BLS เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางและมีประสบการณ์ด้านการดึงหน้า
การผ่าตัดดึงหน้าควรดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านศัลยกรรมตกแต่งและมีประสบการณ์ในการวางแผนทำ Facelift เพื่อประเมินปัญหาและออกแบบการผ่าตัดให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน - วิเคราะห์ใบหน้าและวางแผนเฉพาะบุคคล
หมอวิ BLS ให้ความสำคัญกับการประเมินใบหน้าอย่างละเอียดก่อนผ่าตัด ทั้งบริเวณแก้ม กรอบหน้า แนวกราม และลำคอ เพื่อเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม และเป็นธรรมชาติมากที่สุด

- เลือกเทคนิคการผ่าตัดให้เหมาะกับปัญหา
BLS Surgery Center มีแนวทางการทำ Facelift ที่ให้ความสำคัญความปลอดภัย เป็นธรรมชาติและระยะเวลาของผลลัพธ์ ด้วยการดึงหน้าในชั้นลึก SMAS เพื่อช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยอย่างเหมาะสม ช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน - เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงความตึง
เป้าหมายของการดึงหน้าที่ดี คือ การทำให้คนไข้มีใบหน้าที่ดูสดใสและกระชับขึ้น โดยยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้ ไม่เน้นการดึงผิวจนดูตึงหรือเปลี่ยนแปลงมากเกินไป - วางแผนแนวแผลและการซ่อนแผลตั้งแต่ก่อนผ่าตัด
แม้การดึงหน้าจะเป็นการผ่าตัดที่จำเป็นต้องมีแผล แต่สามารถวางตำแหน่งแนวแผลให้กลมกลืนไปกับไรผมและบริเวณขอบใบหูได้ โดยการออกแบบแนวแผลเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนผ่าตัด เพื่อให้เมื่อแผลหายแล้วสามารถสังเกตเห็นได้ยากขึ้น - ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยระหว่างผ่าตัด
การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ต้องมีการดมยาสลบ ซึ่ง BLS Surgery Center มีวิสัญญีแพทย์ดูแลคนไข้แบบ 1:1 ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และจนกระทั่งฟื้นจากการดมยาสลบ เพื่อเฝ้าติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด - มีทางเลือกในการพักฟื้นในโรงพยาบาล
สำหรับคนไข้ที่ต้องการความมั่นใจด้านการดูแลหลังผ่าตัด สามารถเลือกการผ่าตัดและพักฟื้นในโรงพยาบาลได้ตามแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม - ดูแลต่อเนื่องหลังผ่าตัด
การดูแลไม่ได้จบลงทันทีเมื่อผ่าตัดเสร็จ แต่ยังต้องติดตามอาการและการหายของแผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถประเมินผลลัพธ์และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม
แนะนำศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center

นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.)
ว.48272

พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)
ว.55914

นพ.เตชิณ วศินสังวร
(TECHIN WASINSANGWORN, M.D.)
ว.54362
สรุป ดึงหน้าไม่มีแผลเลยได้ไหม?
ดึงหน้าไม่มีแผลเลยไม่ได้ เพราะ Facelift เป็นการผ่าตัดในผิวชั้นลึก SMAS ซึ่งต้องมีการเปิดแผลบริเวณใบหน้า แต่สามารถออกแบบแนวแผลให้ซ่อนอยู่ตามไรผม รอบขอบใบหู และด้านหลังติ่งหูได้ เมื่อแผลฟื้นตัวและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม รอยแผลสามารถค่อยๆ เนียนและสังเกตได้ยากขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย และสนใจยกกระชับใบหน้า สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การตามหาเทคนิคดึงหน้าที่ไม่มีแผล แต่เป็นการเลือกแนวทางที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า พร้อมวางแผนตำแหน่งแผลและผลลัพธ์อย่างรอบคอบ
หากคนไข้สนใจดึงหน้า หรือทำหัตถการย้อนวัยอื่นๆ สามารถเข้ารับการประเมิน โดยหมอวิ BLS ดึงหน้า ยกคิ้ว เพื่อพูดคุยถึงปัญหา ความต้องการ และแนวทางการผ่าตัดที่เหมาะกับใบหน้าของแต่ละบุคคลได้โดยตรง ที่ BLS Surgery Center
รีวิวดึงหน้ากับหมอวิ BLS ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ย้อนวัย ดูสดใสขึ้น

บทความโดยหมอวิ BLS
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)
ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
ประจำ BLS Surgery Center