

BLS Surgery Center เป็นศูนย์ศัลยกรรม โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ภายใต้การนำของหมอเอิร์ธ BLS นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) ว.48272 แพทย์ผู้ก่อตั้งและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ผู้ชำนาญด้านการผ่าตัดศัลยกรรมย้อนวัย ดึงหน้า Facelift (Facelift & Necklift) ส่องกล้องยกคิ้ว แก้คิ้วตก (Endo-Brow Lift) ส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Facelift) ด้วยเอนโดไทน์ (Endotine) ร่วมด้วยหมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914 และหมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร (TECHIN WASINSANGWORN, M.D.) ว.54362 ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ชวนเจาะลึกและตอบคำถามเกี่ยวกับการศัลยกรรมดึงหน้าที่คุณหมอทั้ง 3 ท่าน ได้ยินจากคนไข้บ่อยๆ รวมถึงคำถามที่น่าสนใจจากโซเชียลอย่างการดึงหน้า Facelift คืออะไร? ดึงหน้า Facelift อยู่ได้กี่ปี? เทคนิคการดึงหน้ามีกี่แบบ? BLS Surgery Center รวมคำตอบไว้ที่นี่แล้ว

A : การดึงหน้า Facelift เป็นเทคนิคการผ่าตัดยกกระชับหน้า ซึ่ง BLS Surgery Center ใช้เทคนิคดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift) โดยแก้ไขทั้งชั้นผิวหนังและโครงสร้างกล้ามเนื้อใต้ผิว (SMAS) ช่วยลดความหย่อนคล้อยของใบหน้า ริ้วรอยร่องลึก แก้ปัญหาหน้าไม่กระชับ ทำให้ใบหน้ายกกระชับ ผิวหน้าดูเรียบตึงและดูสดใสขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ สามารถทำร่วมกับการดึงคอ Necklift ช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับ ดูอ่อนเยาว์สอดคล้องกันทั้งใบหน้าและลำคอ
A : ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ที่ BLS Surgery Center ใช้เทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift) ผลลัพธ์อ่อนเยาว์ ดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนานกว่าการดึงหน้าแบบทั่วไป โดยผลลัพธ์ของการดึงหน้าชั้นลึกอยู่ได้นาน ประมาณ 5-10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งการดูแลตัวเองเป็นอย่างดีตามคำแนะนำของแพทย์และเจ้าหน้าที่ของทางศูนย์ จะช่วยให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดดึงหน้า Facelift อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
A : การดึงหน้า Facelift มักทำร่วมกับการดึงคอ Necklift เหมาะกับเคสที่มีปัญหาดังนี้
- ผิวหน้าและผิวลำคอไม่กระชับ
- แก้มหย่อนคล้อย
- กรอบหน้าไม่ชัด
- ริ้วรอยร่องลึก
- ร่องแก้มลึก
- ร่องน้ำหมากชัด
- คางสองชั้น มีเหนียง ลำคอเหี่ยวย่น
A :
- ยกกระชับใบหน้าและลำคอที่หย่อนคล้อย ผิวขาดความตึงกระชับ มีริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน ให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ลดริ้วรอย ให้ผิวเรียบขึ้น ดูเด็กลงและสดใสขึ้น ด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- แก้ปัญหาแก้มย้อย แก้มห้อย กระเปาะแก้ม ให้หน้าดูเรียว กรอบหน้าดูชัดขึ้น และดูอ่อนวัยแบบเป็นธรรมชาติ
- ลดความหย่อนคล้อย ลดแก้มและเหนียง ปรับกรอบหน้าชัด
- ลดริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ให้ผิวกระชับขึ้น เรียบเนียน ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง ด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ดึงผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ ได้ทั้งหมด ช่วยให้ผิวหน้าและผิวบริเวณลำคอดูเรียบตึงกระชับ ดูเด็กลง
A : ศัลยแพทย์ BLS Surgery Center ใช้เทคนิคดึงหน้า 2 แบบ ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้แต่ละเคส
- การดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift)

เป็นการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า และจัดเรียงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS อย่างละเอียด ร่วมกับการใช้เทคนิคซ่อนแผลในแนวไรผมหรือรอยพับตามธรรมชาติของผิวบริเวณกรอบหู ทำให้แผลเล็ก เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน 5-10 ปี ดึงหน้าชั้นลึก ด้วยเทคนิค Deep SMAS Facelift
- การส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Face Lift)

เป็นเทคนิคดึงหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ทำหัตถการผ่านการส่องกล้อง Endoscope โดยเปิดแผลขนาดเล็กมากๆ เพื่อสอดกล้องเข้าไปดึงหน้า และยึดเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยด้วย Endotine ซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ปลอดภัย สลายหมดได้เอง ไม่ตกค้างในร่างกาย ช่วยให้แผลเล็ก พักฟื้นน้อย ผิวหน้าตึงกระชับ กรอบหน้าชัด ดูเด็กลงและเป็นธรรมชาติ โดยที่ไม่มีแผลบริเวณใบหน้า
A : Mini Facelift เป็นเทคนิคการดึงหน้าเฉพาะจุด ร่วมกับการใช้เทคนิคซ่อนแผลในไรผม สามารถซ่อนแผลได้ทั้งหมด แผลเล็ก แทบมองไม่เห็นแผล โดยเน้นบริเวณหางตาและแก้มส่วนบน ช่วยให้ใบหน้าดูเรียว ยกกระชับ และสดใส ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น
ส่วนการดึงหน้า Facelift เป็นการยกกระชับใบหน้า ในชั้นผิวหนังและโครงสร้างกล้ามเนื้อใต้ผิว (SMAS) ร่วมกับเทคนิคซ่อนแผลในแนวไรผมและกรอบหู ช่วยให้แผลเล็ก เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยลดความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้า ลดกระเปาะแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้าเรียวได้สัดส่วนมากขึ้น
A : การดึงหน้าเฉพาะจุด เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยเฉพาะบริเวณที่มีปัญหา เช่น ปัญหาหางตาตก คิ้วตก หรือแก้มหย่อนคล้อย ให้ผิวบริเวณดังกล่าวกลับมายกกระชับ ดูเต่งตึง และสดใสมากขึ้น อาจใช้เทคนิคส่องกล้องดึงหน้า ส่องกล้องยกคิ้ว หรือทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ โดยสามารถปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เพื่อประเมินปัญหาและวางแนวทางแก้ไขได้ ที่ BLS Surgery Center
A : การดึงหน้า Facelift เป็นการผ่าตัดด้วยวิธีดมยาสลบ โดย BLS Surgery Center มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ และหลังผ่าตัด หลังผ่าตัด เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ คนไข้อาจรู้สึกตึงบริเวณผ่าตัดได้บ้าง ใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่วันหลังทำก็จะหายดี
A : เทคนิคดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift) เป็นการดึงยกผิวในชั้น SMAS ทำให้ไม่เกิดการตึงรั้งที่ผิวชั้นนอก ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน ทำร่วมกับเทคนิคซ่อนแผลบริเวณแนวไรผมและรอบกรอบหูอย่างแนบเนียน ทำให้สังเกตเห็นแผลได้ยาก แม้หลังทำใหม่ๆ และเมื่อแผลหายดี จะกลายเป็นสีเดียวกับสีผิวของคนไข้ การดึงหน้าที่ BLS Surgery Center จึงแทบไม่มีความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นหลังทำ
A : คนไข้ที่ไม่เหมาะกับการดึงหน้า Facelift แบ่งเป็น 2 กรณี
- เคสที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก่อนผ่าตัดคุณหมอจะแนะนำให้ควบคุมผลเลือด หรือค่าน้ำตาลต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงปรึกษาหมอโรคประจำตัวก่อน ซึ่งหลังจากควบคุมให้กลับมาเป็นปกติดีแล้ว จะสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ตามปกติ
- เคสต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือด และไม่สามารถหยุดยาได้ หมอจะไม่แนะนำให้ผ่าตัดดึงหน้า เพราะเลือดไม่แข็งตัว จะทำให้เลือดไหลออกไม่หยุดระหว่างผ่าตัด

A : ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำหัตถการดึงหน้า Facelift ที่ BLS Surgery Center มีดังนี้
- งดน้ำ งดอาหาร ก่อนผ่าตัด 8 ชม.
- งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ งดวิตามินและอาหารเสริม ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
- งดทาสีเล็บและควรตัดเล็บให้สั้น กรณีต่อเล็บให้ถอดออก ก่อนถึงวันผ่าตัด
- งดแต่งหน้า งดใส่คอนแทคเลนส์ ถอดฟันปลอมออก ก่อนผ่าตัด
- แนะนำให้ไม่ต้องใส่เครื่องประดับและไม่นำของมีค่าติดตัวมา
- ในวันผ่าตัด ควรสวมเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้าหรือเสื้อเชิ้ต
- ก่อนวันผ่าตัด ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
- ไม่แนะนำให้ขับรถมาด้วยตนเอง ควรให้ญาติมารับหลังผ่าตัดเสร็จ
- หากมีภาวะแพ้ยา แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบล่วงหน้า
- หากทานยาละลายลิ่มเลือด ให้ปรึกษาแพทย์โรคประจำตัวก่อนหยุดยา ห้ามหยุดยาเอง
- หากมีโรคประจำตัว ให้แจ้งแพทย์และควบคุมให้อยู่ในภาวะคงที่ 1 เดือนก่อนผ่าตัด
(กรณีต้อง Admit ที่โรงพยาบาล สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ดำเนินการได้ *มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

A : การพักฟื้นหลังผ่าตัดดึงหน้าดึงคอ (Facelift & Necklift) ใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน โดยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติภายใต้คำแนะนำของศัลยแพทย์ เช่น ควรประคบเย็นรอบแผลผ่าตัด ในช่วง 72 ชั่วโมง นอนยกศีรษะสูง 30-45 องศา และใช้หมอนรองคอ งดออกกำลังกาย 2 สัปดาห์ เป็นต้น

A : หากคนไข้ได้รับการผ่าตัดดึงหน้า ในศูนย์ศัลยกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำการผ่าตัดโดยผู้ที่ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง หรือใช้เทคนิคที่ไม่ดีหรือไม่เหมาะสมกับคนไข้ อาจทำให้เกิดปัญหาหรือผลแทรกซ้อนหลังทำตามมามากมาย เช่น ใบหน้าผิดรูป ตาชี้ ตาเบี้ยว ปากผิดรูป แผลผ่าตัดไม่สวย ทิ้งรอยแผลเป็น มีแรงตึงที่แผล ผลลัพธ์ของการยกกระชับอยู่ได้ไม่คงทน เกิดความเสี่ยงในการต้องแก้ไขซ้ำ
A : ดึงหน้าที่ไหนดี? เบื้องต้นสามารถพิจารณาศัลยแพทย์ หรือศูนย์ศัลยกรรม ที่สนใจได้จากการตรวจสอบข้อมูลดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบข้อมูลศัลยแพทย์ ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา https://www.tmc.or.th
- ตรวจสอบมาตรฐานคลินิกหรือศูนย์ศัลยกรรม ผ่านเว็บไซต์ https://hosp.hss.moph.go.th
- ประเมินโดยแพทย์ ก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด รวมถึงมีขั้นตอนของการวางแผนการผ่าตัดและออกแบบผลลัพธ์ร่วมกับคนไข้
- มาตรฐานความปลอดภัย ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ด้วยวิธีดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ (หมอดมยา) ดูแลคนไข้แบบ 1:1
- ห้องผ่าตัดได้มาตรฐาน รวมถึงควรตรวจสอบมาตรฐานของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาและทำหัตถการด้วย
- เทคนิคที่ใช้ มีเทคนิคแก้ปัญหาใบหน้าที่หลากหลายและตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ที่แตกต่างกันในแต่ละเคสได้อย่างตรงจุด รวมถึงเทคนิคซ่อนแผล ช่วยให้แผลเนียน มองไม่เห็นแผล เพื่อให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตหลังทำได้ง่ายขึ้น
- ผลลัพธ์หลังทำ ดูรีวิวผลงานหรือผลลัพธ์หลังทำของแพทย์ที่สนใจ ว่าตรงกับความต้องการของตนเองหรือไม่
- ให้ข้อมูลอย่างละเอียด ครบถ้วน
- มีดูแลบริการติดตามผลหลังทำ
ศัลยกรรมดึงหน้า ที่ BLS Surgery Center ดีอย่างไร?
1. ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) เท่านั้น
การผ่าตัดดึงหน้า Facelift ด้วยเทคนิคที่ดีและถูกต้อง ควรผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ด้วยเทคนิคดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ดูแลคนไข้แบบ 1:1 เท่านั้น ซึ่ง BLS Surgery Center มีศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ประจำศูนย์ถึง 3 ท่าน ทำให้การผ่าตัดดึงหน้าทุกเคสถูกวางแผนและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้ผ่านการฝึกฝนเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง
- หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272
- หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914
- หมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร ว.54362

ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272

วัสสนธิ์ ว.55914

วศินสังวร ว.54362
พร้อมวิสัญญีแพทย์ประจำ BLS Surgery Center
- หมอเอมี่ พญ. ณัฐกุล สุธนะเสรีพร (ว.50531)
- หมอพลอย พญ. ภัทรดา เพิ่มศักดิ์มีทรัพย์ (ว.51179)

รวมถึงมีการเตรียมยาสำหรับภาวะฉุกเฉิน Dantrolene หรือยาหย่อนกล้ามเนื้อ ช่วยในการรักษาภาวะ Malignant Hyperthermia (MH) หรือ ภาวะวิกฤตที่ร่างกายเกิดการตอบสนองต่อยาดมสลบ หรือยาหย่อนกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงผิดปกติ
2. มีเทคนิคที่ครอบคลุม
- ดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift)
เหมาะกับเคสที่มีปัญหาผิวหน้าไม่กระชับ แก้มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด มีริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด คางสองชั้น มีเหนียง หรือในเคสที่มีปัญหาลำคอเหี่ยวย่น ผิวลำคอไม่กระชับ สามารถทำร่วมกับการศัลยกรรมดึงคอ เพื่อให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับครอบคลุมทั้งใบหน้าและลำคอ - ส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Facelift)
เหมาะกับเคสที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย หน้าไม่กระชับ มีกระเปาะแก้ม ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด
3. หลังทำ พักฟื้นน้อย
การดึงหน้า Facelift ใช้เทคนิคการยกกระชับในผิวชั้นลึก SMAS จึงไม่ส่งผลต่อผิวด้านนอก บวมช้ำน้อย หายไว ช่วยร่นระยะเวลาของการพักฟื้นได้เป็นอย่างดี
4. เทคนิคซ่อนแผล ทำให้แผลเนียน
เทคนิคซ่อนแผล ทำให้แผลเนี้ยบ เนียนไปกับแนวกรอบหน้าและกรอบใบหู หลังทำจึงมีโอกาสสังเกตเห็นแผลได้น้อยมาก
5. ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
เทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก เป็นการดึงผิวบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย เพื่อยกกระชับให้เต่งตึงขึ้นในชั้นโครงสร้างผิวลึกระดับชั้นผิว SMAS โดยไม่ส่งผลให้เกิดการตึงรั้งบริเวณผิวด้านนอก พร้อมผ่าตัดตกแต่งผิวส่วนเกิน และเย็บแผลอย่างละเอียดด้วยเทคนิคซ่อนแผล ส่งผลให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนาน








