หมอเอิร์ธ BLS พาเจาะลึก “ศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าไม่แพ้ชาติใดในโลก” ในรายการ “เจาะใจ”

หมอเอิร์ธ BLS พาเจาะลึก "ศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าไม่แพ้ชาติใดในโลก" ในรายการ "เจาะใจ"
หมอเอิร์ธ BLS พาเจาะลึก “ศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าไม่แพ้ชาติใดในโลก” ในรายการ “เจาะใจ”

เมื่อพูดถึง “ศัลยกรรมความงาม” หรือ “ศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า” หลายคนอาจนึกถึงเพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสวยขึ้น หล่อขึ้น หรือดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม แต่ในมุมมองของคุณหมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272 ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) และผู้บริหาร BLS Surgery Center ศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery) ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนไข้กลับมามีความสุข มีความมั่นใจ และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

ในรายการ “เจาะใจ” โดย JSL Global Media คุณหมอเอิร์ธได้ถ่ายทอดทั้งแนวคิด ประสบการณ์ และมุมมองต่อศาสตร์แห่งการศัลยกรรมตกแต่ง ที่ปัจจุบันพัฒนาไปไกลกว่าที่หลายคนเคยเข้าใจ โดยเฉพาะในกลุ่มศัลยกรรมย้อนวัยอย่างการยกกระชับใบหน้าด้วยการดึงหน้า Facelift ดึงคอ Necklift ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในยุคปัจจุบัน

หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272 และคุณดู๋ สัญญา คุณากร
หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272 และคุณดู๋ สัญญา คุณากร

ศัลยกรรมตกแต่ง ไม่ได้มีแค่ “ความงาม”

คุณหมอเอิร์ธอธิบายว่า ศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery) เป็นศาสตร์ที่ครอบคลุมการรักษาหลากหลายด้าน ไม่ได้มีเพียงการเสริมความงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผ่าตัด เพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่
  • การรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
  • การผ่าตัดมะเร็งเต้านมและเสริมสร้างเต้านมใหม่
  • การซ่อมแซมกระดูกกราม
  • การรักษามะเร็งผิวหนังบนใบหน้า

หน้าที่สำคัญของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง คือ การช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ แพทย์หลายแผนกอาจรักษาโรคให้หายและทำให้คนไข้มีชีวิตยืนยาว แต่ศัลยกรรมตกแต่งเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนไข้ เช่น หลังผ่าตัดกราม คนไข้จะกลับมากินข้าว เข้าสังคม และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ทั้งหมดเป็นแนวคิดที่ทำให้คุณหมอเอิร์ธหลงใหลในศาสตร์ด้านนี้ และเลือกเดินบนเส้นทางศัลยกรรมตกแต่งอย่างจริงจัง

ความเข้าใจคนไข้ สำคัญไม่แพ้ฝีมือผ่าตัด

หนึ่งในประเด็นที่คุณหมอเอิร์ธให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การพูดคุยกับคนไข้ โดยเฉพาะในกลุ่มการทำศัลยกรรมดึงหน้า ดึงหน้าดึงคอ หรือการยกกระชับใบหน้า ที่ความสวยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบลุคธรรมชาติ บางคนชอบความคมชัดแบบสายฝอ บางคนต้องการแค่ดูสดใสขึ้นโดยที่ไม่มีใครจับได้ว่าไปทำศัลยกรรมมา สิ่งสำคัญ คือ การจูนความเข้าใจให้ตรงกัน ถ้าหมอทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าสวย แต่ไม่ตรงกับความต้องการของคนไข้ สุดท้ายคนไข้อาจไม่มีความสุข ด้วยเหตุนี้ การปรึกษาก่อนผ่าตัดจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก และบางเคสอาจใช้เวลาพูดคุยหลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้เข้าใจผลลัพธ์ ข้อจำกัด และเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ

ร่องแก้ม และความหย่อนคล้อย จุดเริ่มต้นของความกังวลเรื่องวัย

ดึงหน้า Facelift ยกกระชับใบหน้า ร่องแก้ม
ดึงหน้า Facelift ยกกระชับใบหน้า ร่องแก้ม

หนึ่งในปัญหาที่คนไข้มักเริ่มสังเกตตัวเอง คือ ร่องแก้มที่ชัดขึ้น กรอบหน้าไม่ชัด และผิวบริเวณลำคอเริ่มหย่อนคล้อย คุณหมอเอิร์ธอธิบายว่า ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคอลลาเจน การเคลื่อนตัวของชั้นไขมันบนใบหน้า ความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อและผิวหนัง อายุที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิตและแสงแดด

ในช่วงแรกอาจยังสามารถดูแลด้วยหัตถการกลุ่มไม่ผ่าตัด เช่น รับบริการโปรแกรมยกกระชับใบหน้า หรือการกระตุ้นคอลลาเจน แต่เมื่อความหย่อนคล้อยเริ่มมากขึ้น ผลลัพธ์จากหัตถการเดิมอาจอยู่ได้สั้นลง จากเดิมที่เคยเห็นผลนานหลายเดือน อาจเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ นับเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าโครงสร้างผิวเริ่มเปลี่ยน และอาจเข้าสู่ช่วงที่การดึงหน้าดึงคอ สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า

การยกกระชับใบหน้า ด้วยหัตถการดึงหน้า Facelift ยุคใหม่ แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ดูธรรมชาติ

ส่องกล้องยกคิ้ว แก้ปัญหาคิ้วตก ตาตก ตาดุ
ส่องกล้องยกคิ้ว แก้ปัญหาคิ้วตก ตาตก ตาดุ

ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้การดึงหน้าและดึงคอ (Facelift & Necklift) พัฒนาไปไกลมาก จากในอดีตที่ต้องเปิดแผลยาว พักฟื้นนาน ปัจจุบันสามารถใช้เทคนิคส่องกล้อง (Endoscopic) ที่ช่วยให้แผลเล็กลง ซ่อนแผลได้ดี และฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะการดึงหน้า Facelift และการยกคิ้วแบบส่องกล้อง (Endo-Brow Lift) ที่สามารถซ่อนแผลไว้ในไรผมหรือหนังศีรษะ ทำให้หลังผ่าตัดดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

คุณหมอเอิร์ธอธิบายว่า หลายครั้งปัญหาที่คนไข้คิดว่าตัวเองมีปัญหาหนังตาตก แต่จริงๆ แล้วเกิดจากคิ้วตก เมื่อตำแหน่งคิ้วถูกยกขึ้น หนังตาก็จะกลับมาตึงขึ้นโดยธรรมชาติ และบางคนอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลือกตาเลยด้วยซ้ำ

เทรนด์ศัลยกรรมย้อนวัยยุคใหม่ ดูเด็กลง โดยที่ยังเป็นตัวเอง และดูเป็นธรรมชาติ

ในอดีต หลายคนอาจมีภาพจำว่าการศัลยกรรมดึงหน้า จะทำให้ใบหน้าตึง หรือเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน พร้อมกับมีรอยแผลที่เห็นได้ชัด แต่ปัจจุบันการทำ Facelift และ Necklift เปลี่ยนไปมาก คุณหมอเอิร์ธอธิบายว่า คนไข้ยุคใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการความเป๊ะ แต่ต้องการความเป็นธรรมชาติ การดึงหน้าดึงคอ ในปัจจุบัน จึงไม่ได้เน้นแค่การดึงผิวให้ตึง แต่เป็นการยกกระชับหน้าในชั้นผิวลึก SMAS อย่างเหมาะสม ร่วมกับการใช้เทคนิคซ่อนแผลเนียนบริเวณไรผมและกรอบหู เพื่อให้ใบหน้าดูสดชื่น อ่อนวัย และยังคงเอกลักษณ์เดิมของแต่ละคนไว้ ด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ พักฟื้นน้อย และได้ผลของการยกกระชับหน้าที่ยาวนาน

ความเพอร์เฟกต์ คือความไม่เพอร์เฟกต์

อีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจจากคุณหมอเอิร์ธ คือ มุมมองเรื่องความสมบูรณ์แบบ คุณหมอมองว่า มนุษย์ไม่มีอะไรเท่ากัน 100% ทั้งดวงตา คิ้ว หรือรูปหน้า ดังนั้นความเป็นธรรมชาติ จึงไม่ใช่ความเป๊ะจนดูเหมือน AI เพราะถ้าทุกอย่างเป๊ะเกินไป มันจะดูไม่ธรรมชาติ ความสวยที่ดีควรยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ คนไข้ส่วนใหญ่ของคุณหมอ ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนตัวเองจนจำไม่ได้ แต่ต้องการเพียงให้ตัวเอง ดูสดใสขึ้น ดูอ่อนวัยขึ้น โดยที่ยังคงเป็นตัวเอง

การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญของการชะลอวัย

คุณหมอเอิร์ธเปรียบเทียบการดูแลใบหน้าเหมือนการดูแลรถยนต์ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องรอให้รถเสียก่อนค่อยซ่อม แต่ควรดูแลและ Maintenance อยู่เสมอ เช่นเดียวกับใบหน้าและผิวพรรณ การเริ่มดูแลตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมกันแดด การดูแลคุณภาพผิว การกระตุ้นคอลลาเจน การทำหัตถการยกกระชับ แบบไม่ผ่าตัด ในช่วงที่ปัญหายังไม่มาก ล้วนช่วยชะลอความหย่อนคล้อย และทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำศัลยกรรมดึงหน้าจริงๆ ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานขึ้น

เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้การดึงหน้า Facelift ฟื้นตัวเร็วขึ้น

อีกหนึ่งเรื่องที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ ระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัด เมื่อก่อนคนไข้ที่ทำ Facelift หรือ Necklift อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายสัปดาห์ มีอาการบวมหลังทำ และอาจทำให้ไม่กล้าออกจากบ้าน แต่ปัจจุบัน ด้วยเทคนิคการผ่าตัดและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งในห้องผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด ช่วยให้การฟื้นตัวดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคผ่าตัดที่บอบช้ำน้อยลง การใช้กล้องส่องช่วยผ่าตัด เทคโนโลยีลดบวม การดูแลแผลและคุณภาพผิวหลังผ่าตัด รวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางและแพทย์ผิวหนัง ที่ช่วยดูแลทั้งโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวควบคู่กันไป ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เพียงใบหน้าที่ตึงขึ้น แต่ผิวยังดูสดใส สุขภาพดี และดูอ่อนเยาว์แบบเป็นธรรมชาติ

การดึงหน้า ไม่ใช่เรื่องของวัย แต่คือเรื่องของความพร้อม

หลายคนอาจเข้าใจว่าการดึงหน้า หรือ ดึงคอ เป็นเรื่องของคนอายุเยอะเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง คุณหมอเอิร์ธมองว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นระดับความหย่อนคล้อย และความต้องการของแต่ละคน บางคนอายุเพียง 40 ปี แต่มีปัญหาถุงใต้ตา ร่องแก้ม กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อยจากการใช้ชีวิต ความเครียด และการสูญเสียคอลลาเจน ขณะที่บางคนอายุ 60 ปี แต่ดูแลตัวเองดีมาตลอด ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรมดึงหน้า เพราะเหตุนี้ การประเมินใบหน้าแบบเฉพาะบุคคลจึงสำคัญมาก เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างผิว กล้ามเนื้อ และระดับความเสื่อมของผิวที่แตกต่างกัน บางคนยังเหมาะกับการดูแลแบบไม่ผ่าตัด แต่บางคนเมื่อโครงสร้างหย่อนคล้อยมากขึ้น การผ่าตัดอาจเป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและเห็นผลชัดเจนกว่า

Endo-Face Lift เทคโนโลยีส่องกล้องดึงหน้า ที่เปลี่ยนวงการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า

ยกกระชับใบหน้า ร่องแก้ม ด้วยเทคนิคส่องกล้อง
ยกกระชับใบหน้า ร่องแก้ม ด้วยเทคนิคส่องกล้อง

หนึ่งในเทคนิคที่คุณหมอเอิร์ธกล่าวถึงและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น คือ Endo-Face Lift การผ่าตัดดึงหน้าแบบส่องกล้อง หรือ Endoscopic เทคนิคนี้ช่วยให้การยกกระชับใบหน้า สามารถทำผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณไรผมหรือหนังศีรษะ ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ ช่วยให้พักฟื้นเร็วขึ้น และไม่มีแผลบริเวณใบหน้า ในอดีต การยกคิ้ว ทำให้มีแผลยาวบริเวณหน้าผากหรือเหนือคิ้ว แต่ปัจจุบันสามารถใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อปลดโครงสร้างที่ดึงรั้งและยกตำแหน่งคิ้วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อดีของเทคนิคนี้ ได้แก่

  • แผลเล็ก ซ่อนแผลได้ดี
  • ลดอาการบวมช้ำ
  • ฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • ผลลัพธ์ดูธรรมชาติ
  • ลดโอกาสเห็นรอยแผลชัด

โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้ที่เริ่มมีปัญหาคิ้วตก หนังตาหย่อน หรือใบหน้าส่วนบนเริ่มดูอ่อนล้า เทคนิคนี้สามารถช่วยฟื้นความสดใสให้ใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดึงหน้าดึงคอ ต้องดูแลคุณภาพผิวควบคู่กัน

แม้ว่าการดึงหน้าดึงคอ จะช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างชัดเจน แต่คุณหมอเอิร์ธอธิบายว่า สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ คุณภาพผิว” เพราะต่อให้ผ่าตัดยกกระชับได้ดีแค่ไหน หากผิวขาดความยืดหยุ่น หรือคอลลาเจนเสื่อมมาก ผลลัพธ์ก็อาจกลับมาหย่อนคล้อยได้เร็วขึ้น ปัจจุบัน การทำ Facelift และ Necklift จึงมักทำควบคู่กับการดูแลผิว เช่น

  • โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน
  • โปรแกรมลดริ้วรอย
  • โปรแกรมยกกระชับผิว
  • โปรแกรมฟื้นฟูหลังผ่าตัด

เพราะความสวยในแต่ละคน ไม่มีมาตรฐานเดียว

ความสวยของแต่ละคนแตกต่างกันตามวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ ความชอบส่วนตัว หรือภาพลักษณ์ที่แต่ละคนอยากเป็น บางคนชอบลุคสายเกาหลี บางคนชอบความคมแบบสายฝรั่ง บางคนอยากดูเด็กลงแบบธรรมชาติ ขณะที่บางคนต้องการลุคที่อ่อนวัยลงกว่าเดิม ดังนั้นก่อนการทำศัลยกรรมดึงหน้า หรือยกกระชับใบหน้า สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงเทคนิคการผ่าตัด แต่คือการสื่อสารระหว่างแพทย์และคนไข้ เพราะถ้าไม่คุยกันให้เข้าใจตั้งแต่แรก สุดท้ายผลลัพธ์อาจไม่ตรงกับสิ่งที่คนไข้ต้องการ แม้ว่าทางการแพทย์จะถือว่าทำออกมาสวยแล้วก็ตาม

ความสุขของศัลยแพทย์ คือ การเห็นคนไข้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง

แม้คุณหมอเอิร์ธจะรักการผ่าตัดมาก แต่สิ่งที่มีความหมายที่สุด คือ ช่วงเวลาที่คนไข้กลับมาติดตามผล พร้อมรอยยิ้มและความมั่นใจที่เปลี่ยนไป บางคนกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง บางคนกลับมาออกกำลังกาย บางคนเริ่มถ่ายรูปและเข้าสังคมมากขึ้น บางคนกลับมารักตัวเองอีกครั้ง หลังเคยสูญเสียความมั่นใจมานานหลายปี สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณหมอรู้ว่าศัลยกรรมไม่ใช่เพียงเรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตด้วย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานที่ BLS Surgery Center ที่มุ่งเน้นทั้งผลลัพธ์ ความปลอดภัย และการดูแลคนไข้ในทุกมิติ เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีความสุขในแบบของตัวเองอีกครั้ง

เพราะความมั่นใจ เปลี่ยนชีวิตได้จริง

หนึ่งในเคสที่คุณหมอเอิร์ธประทับใจ คือ คนไข้วัย 67 ปี ที่เคยหมดความมั่นใจ ไม่อยากเข้าสังคม และรู้สึกเหมือนกำลังรอเวลาให้ชีวิตผ่านไป หลังเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าดึงคอ ทำให้คนไข้กลับมามีความสุขกับชีวิตอีกครั้ง เริ่มออกกำลังกาย แต่งตัว ท่องเที่ยว และกลับไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ สิ่งที่เติมใจหมอที่สุด ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์หลังผ่าตัด แต่เป็นวันที่คนไข้กลับมาพร้อมรอยยิ้ม และเล่าว่าชีวิตเขาดีขึ้นอย่างไร

“ดึงหน้าที่ไหนดี” คำถามสำคัญ ที่ควรหาคำตอบก่อนตัดสินใจ

สำหรับคนที่เริ่มสนใจการยกกระชับใบหน้า หรือการดึงหน้าดึงคอ คำถามยอดฮิตที่สุดคงหนีไม่พ้น “ดึงหน้าที่ไหนดี” คุณหมอเอิร์ธแนะนำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่โปรโมชั่นหรือราคา แต่เป็นมาตรฐานความปลอดภัยและความชำนาญของแพทย์ ซึ่งคุณหมอมีคำแนะนำ 3 เรื่องสำคัญที่ควรพิจารณา

1. จำเป็นต้องผ่าตัดจริงหรือไม่?

คนไข้บางคนอาจยังสามารถดูแลด้วยหัตถการอื่นก่อน เช่น การรับบริการโปรแกรมยกกระชับใบหน้า หรือการดูแลผิวหน้าด้วยหัตถการอื่นๆ โดยไม่ผ่าตัด

2. เป้าหมายต้องชัดเจน

คนไข้และแพทย์ต้องเข้าใจตรงกันว่า ต้องการผลลัพธ์แบบใด แล้วจึงออกแบบผลลัพธ์ร่วมกัน เพื่อให้ผลที่ได้ตอบโจทย์ของคนไข้มากที่สุด

3. ความปลอดภัยต้องมาก่อน

ศูนย์ศัลยกรรม คลินิก หรือสถานพยาบาล ที่เลือกต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยรอบด้าน สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • ศัลยแพทย์เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งหรือไม่
  • มีวิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างผ่าตัดหรือไม่
  • สถานที่ผ่าตัดได้มาตรฐานหรือไม่
  • มีระบบดูแลหลังผ่าตัดครบถ้วนหรือไม่
  • แพทย์ให้เวลาพูดคุยและวิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียดหรือไม่

เพราะสุดท้ายแล้ว ความปลอดภัย คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดของการผ่าตัดทุกประเภท ซึ่ง BLS Surgery Center คุณหมอเอิร์ธ ให้ความสำคัญทั้งเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัย โดยมีศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง วิสัญญีแพทย์ และทีมพยาบาลที่ดูแลร่วมกันแบบครอบคลุม

แนะนำศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center

หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272
หมอเอิร์ธ BLS 
นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) 
ว.48272
หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914
หมอวิ BLS 
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ 
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)
ว.55914
หมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร ว.54362
หมอต้า BLS 
นพ.เตชิณ วศินสังวร 
(TECHIN WASINSANGWORN, M.D.)
ว.54362

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง