ดึงหน้าเจ็บไหม? หลังดึงหน้าไป จริงไหมที่คนไข้บอกไม่เจ็บ

ดึงหน้าเจ็บไหม? หลังดึงหน้าไป จริงไหมที่คนไข้บอกไม่เจ็บ
ดึงหน้าเจ็บไหม? หลังดึงหน้าไป จริงไหมที่คนไข้บอกไม่เจ็บ

ดึงหน้าเจ็บไหม?

เป็นคำถามแรกๆ ที่คนไข้สอบถามก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้า เพราะหลายคนกังวลทั้งเรื่องความเจ็บระหว่างผ่าตัด ความรู้สึกหลังผ่าตัด รวมถึงอาการบวม ตึง และแผลจากการดึงหน้า

สำหรับการดึงหน้า (Facelift) คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด เนื่องจากทำภายใต้การดมยาสลบ โดยมีวิสัญญีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดแบบ 1:1 ตลอดการผ่าตัด ส่วนหลังผ่าตัด ความรู้สึกที่พบได้บ่อย คือ “ตึง” มากกว่า “เจ็บ” และอาการจะค่อยๆ ลดลงตามการฟื้นตัวของร่างกาย

นอกจากนี้ เทคนิคการผ่าตัดก็มีส่วนสำคัญ เพราะการดึงหน้าในชั้นโครงสร้าง SMAS เน้นแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยที่ชั้นโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการดึงผิวหนังด้านนอกให้ตึง

ดึงหน้าเจ็บไหม? คนไข้รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ดึงหน้าเจ็บไหม คนไข้รู้สึกอย่างไรบ้าง
ดึงหน้าเจ็บไหม คนไข้รู้สึกอย่างไรบ้าง

หลังจากตื่นจากการผ่าตัด คนไข้อาจมีความรู้สึกแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่พบได้บ่อย คือ “รู้สึกตึงมากกว่ารู้สึกเจ็บ”

ความรู้สึกที่อาจพบในช่วงแรก ได้แก่

  • รู้สึกตึงบริเวณใบหน้า
  • บางคนอาจรู้สึกจี๊ดๆ เป็นบางครั้ง
  • อาจมีอาการชาที่ผิวหน้าเล็กน้อยในช่วงแรก

หลังผ่าตัดอาจไม่ได้มีอาการปวด แต่จะรู้สึกถึงความตึง ชาบางบริเวณหรือรู้สึกจี๊ดๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี เพราะแสดงถึง “การฟื้นฟูของร่างกาย”

ทำไมดึงหน้าแล้วเกิดอาการจี๊ดๆ

ในช่วงพักฟื้น บางคนอาจรู้สึกจี๊ดๆ หรือเหมือนมีความรู้สึกเล็กๆ บริเวณผิวและแผลเป็นระยะ อาการลักษณะนี้สามารถพบได้ระหว่างกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและเส้นประสาท

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดมากขึ้น บวมมากขึ้น มีเลือดออก หรือมีอาการอื่นที่น่ากังวล ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียวว่าเป็นสัญญาณของการฟื้นฟูหลังผ่าตัด

ทำไมดึงหน้าจึงไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด?

การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ทำภายใต้การดมยาสลบ จึงทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างที่แพทย์กำลังผ่าตัด ในระหว่างการผ่าตัดจะมีวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 1:1 เพื่อเฝ้าระวังและดูแลสัญญาณชีพ รวมถึงระดับความลึกของการดมยาสลบและความปลอดภัยของคนไข้ตลอดขั้นตอน

หลังฟื้นจากการดมยาสลบ คนไข้อาจมีอาการตึงในระดับหนึ่ง ซึ่งแพทย์จะมีแนวทางดูแลและควบคุมอาการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ดึงหน้าชั้น SMAS ช่วยลดความตึงของผิวด้านนอกได้อย่างไร?

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการดึงหน้า คือ การทำหัตถการในชั้นผิว SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างสำคัญที่อยู่ใต้ผิวหนังของใบหน้า การดึงหน้าที่ให้ความสำคัญกับชั้น SMAS จะเน้นการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่โครงสร้างด้านใน โดยสามารถยกและจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แทนที่จะอาศัยการดึงผิวหนังด้านนอกเพียงอย่างเดียว จึงทำให้การดึงหน้าไม่ได้เป็นเพียงการ “ดึงผิวให้ตึง” แต่เป็นการ “ยกกระชับย้อนวัยด้วยผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน”

 ดึงหน้าไม่เจ็บ เพราะดึงในผิวชั้น SMAS
ดึงหน้าไม่เจ็บ เพราะดึงในผิวชั้น SMAS

ดึงเฉพาะผิวหนัง ต่างจากดึงชั้น SMAS อย่างไร?

การดึงเฉพาะผิวหนัง เป็นการดึงหน้าที่เน้นการขึงผิวด้านนอก เพื่อแก้ความหย่อนคล้อย หากมีการดึงมากเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูตึงรั้งหรือไม่เป็นธรรมชาติ และเมื่อเวลาผ่านไปผิวก็ยังคงเผชิญกับกระบวนการหย่อนคล้อยตามวัย ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน และไม่เป็นธรรมชาติ

ในทางกลับกัน การทำหัตถการโดยเน้นการจัดการชั้นโครงสร้างผิวชั้นลึก SMAS สามารถช่วยกระจายแรงยกไปยังโครงสร้างด้านในมากขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องอาศัยการดึงผิวด้านนอกเพียงอย่างเดียว ช่วยให้ดึงหน้าดูยกกระชับอ่อนเยาว์ เป็นธรรมชาติ ภายใต้ความปลอดภัยและให้ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ดึงหน้าพักฟื้นกี่วัน? ดึงหน้าบวมกี่วัน?

ช่วงพักฟื้นของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่สามารถแบ่งภาพรวมได้ดังนี้

ช่วงเวลา ความรู้สึกและการเปลี่ยนแปลงที่อาจพบ
1-3 วันแรก รู้สึกตึง อาจมีความบวมได้บ้าง ตามปกติหลังผ่าตัด
1 สัปดาห์ อาการบวมลดลง
2 สัปดาห์ ใบหน้าเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
3-4 สัปดาห์ อาการบวมลดลงมากและเริ่มเห็นรูปหน้าได้ชัดขึ้น
1-3 เดือนขึ้นไป เนื้อเยื่อค่อยๆ ฟื้นตัวและผลลัพธ์เข้าที่ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ดึงหน้ากี่วันเห็นผล และดึงหน้ากี่วันเข้าที่?

หลังผ่าตัดสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ไม่ควรรีบตัดสินผลลัพธ์ทันที เพราะอาการบวมและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ไม่เห็นผลลัพธ์ตามที่คนไข้ได้วางแผนร่วมกับแพทย์ในการออกแบบไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนผ่าตัด แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการบวมลดลงและเนื้อเยื่อเข้าที่  ใบหน้าจะค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือนหลังผ่าตัด ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส

แผลจากการดึงหน้าเป็นอย่างไร?

ดึงหน้าพักฟื้นกี่วัน แผลจากการดึงหน้า เป็นอย่างไร
ดึงหน้าพักฟื้นกี่วัน แผลจากการดึงหน้า เป็นอย่างไร

แผลจากการดึงหน้าจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center จะใช้เทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก SMAS (Deep SMAS Facelift) ซ่อนแผลเนียนตามแนวไรผม และรอยพับตามธรรมชาติของผิวบริเวณรอบกรอบหู  ช่วยให้มองไม่เห็นแผล แม้หลังทำใหม่ๆ แผลหายไว ไม่บวมช้ำ และใช้เวลาพักฟื้นน้อย

ในช่วงแรกแผลอาจมีรอยแดง หรือรู้สึกตึงได้ จากนั้นแผลจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและจางลงตามกระบวนการฟื้นฟูบาดแผลของร่างกาย หากดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงการมาติดตามผลตามนัด จะช่วยให้รอยแผลจางเร็วยิ่งขึ้น

หลังจากดึงหน้า มีอะไรบ้างที่ควรเลี่ยง?

ดึงหน้าไปแล้ว ดูแลตัวเองอย่างไรให้ถูกวิธี
ดึงหน้าไปแล้ว ดูแลตัวเองอย่างไรให้ถูกวิธี

เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเหมาะสม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไปควร

  • งดประคบอุ่น ประคบเย็นด้วยเจลเย็นรอบๆ แผลผ่าตัด ในช่วง 72 ชั่วโมงหลังผ่าตัด 
  • ปรับท่านอน ควรนอนยกหัวสูง 30-45 องศา และใช้หมอนรองคอ 2 สัปดาห์
  • งดออกกำลังกาย 2 สัปดาห์
  • ห้ามแผลโดนน้ำ จนกว่าจะตัดไหม
  • เลี่ยงสถานที่มีอากาศร้อน มลภาวะสูง หรือที่อบอ้าว
  • งดทานของหมักดอง อาหารรสจัด นาน 2 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ นาน 2 สัปดาห์

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้น บวมผิดปกติ เลือดออก หรือมีสัญญาณของการติดเชื้อ ควรติดต่อแพทย์ทันที

ดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี?

การดึงหน้า Facelift สามารถช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย และยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนวัยขึ้น แต่ไม่ได้หยุดกระบวนการหย่อนคล้อยของใบหน้าตามวัยและตามแรงโน้มถ่วงโลก ดังนั้นผลลัพธ์สามารถอยู่ได้หลายปี ซึ่งเทคนิคดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift) จะอยู่ได้นาน 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ใบหน้าจะยังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตามอายุ คุณภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยอื่นๆ

ดึงหน้าแบบไหนดี? Facelift, Endo-Face Lift หรือ Endo-Brow Lift?

ดึงหน้าแบบไหนดี ไม่มีคำตอบเดียว เพราะแต่ละคนมีตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อยไม่เหมือนกัน

เทคนิค เน้นแก้ปัญหา ลักษณะ
Facelift ความหย่อนคล้อยของใบหน้าและหนังเกิน ผ่าตัดยกกระชับผิวในชั้น SMAS และตกแต่งผิวหนังส่วนเกิน ร่วมกับเทคนิคซ่อนแผลเนียน
Endo-Face Lift ความหย่อนคล้อยของใบหน้า ใช้เทคนิคส่องกล้องดึงหน้า โดยไม่มีการตัดหนังส่วนเกิน
Endo-Brow Lift คิ้วตก ตาตก หน้าผากหรือหางคิ้วตก ส่องกล้องยกคิ้ว เพื่อยกบริเวณคิ้วและหน้าผาก

ดังนั้นการยกกระชับใบหน้า ควรเริ่มจากการประเมินโครงสร้างใบหน้าและปัญหาของแต่ละคนก่อน แล้วจึงเลือกเทคนิคที่เหมาะสม

ดึงหน้าหมอไหนเก่ง?

การเลือกศัลยแพทย์ดึงหน้า ควรพิจารณาทั้งความชำนาญเฉพาะทาง ประสบการณ์ เทคนิคการผ่าตัด และระบบดูแลความปลอดภัย ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon)
    การดึงหน้า ควรผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่ทำงานร่วมกับวิสัญญีแพทย์ดมยา และดูแลคนไข้แบบ 1:1 เท่านั้น
  • มีความชำนาญด้านการผ่าตัดดึงหน้าโดยเฉพาะ
    ควรเป็นศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญและโดดเด่นด้านการยกกระชับย้อนวัย เพราะการดึงหน้าเป็นผ่าตัดใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
  • ประเมินโครงสร้างใบหน้าและออกแบบผลลัพธ์อย่างละเอียด
    ศัลยแพทย์หรือหมอดึงหน้าที่เก่ง ควรวิเคราะห์ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และคุณภาพผิว เพื่อออกแบบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และเลือกเทคนิคการผ่าตัดให้เหมาะกับคนไข้แต่ละเคส ภายใต้ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ
  • อธิบายเทคนิค ผลลัพธ์ และความเสี่ยงอย่างชัดเจน
    ศัลยแพทย์ควรให้ข้อมูลการผ่าตัดอย่างครบถ้วน เพื่อให้คนไข้เข้าใจข้อดี ข้อจำกัด ความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ก่อนตัดสินใจ
  • มีระบบดูแลทั้งก่อนและหลังผ่าตัด
    ควรมีการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ติดตามแผลและการฟื้นตัวหลังผ่าตัด พร้อมให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของคนไข้และผลลัพธ์หลังผ่าตัดที่ดีที่สุด
  • ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์
    การดึงหน้าที่ดีไม่ใช่การดึงให้ตึงที่สุด แต่ควรยกกระชับโครงสร้างใบหน้าที่หย่อนคล้อยอย่างเหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น ดูอ่อนวัย และเป็นธรรมชาติ

สรุป ดึงหน้าเจ็บไหม?

ขณะผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ เนื่องจากทำการผ่าตัดด้วยวิธีการดมยาสลบและมีวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 1:1 ส่วนหลังผ่าตัด ความรู้สึกที่พบได้บ่อย คือ “ตึง” มากกว่า “เจ็บ”

อาจมีอาการจี๊ดๆ หรือชาที่ผิวหน้าเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งสามารถพบได้ระหว่างกระบวนการฟื้นตัวของร่างกาย แต่หากมีอาการผิดปกติหรือรุนแรงควรให้แพทย์ประเมิน

สำหรับการดึงหน้าชั้น SMAS เป็นการแก้ปัญหาที่ชั้นโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการดึงผิวด้านนอกให้ตึง จึงเน้นการยกกระชับที่เหมาะสมและผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

ดังนั้น หากใครกำลังมีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย และกำลังตัดสินใจว่า ดึงหน้าแบบไหนดี ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการ

หมอวิ BLS

บทความโดยหมอวิ BLS

พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914 
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)

ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
ประจำ BLS Surgery Center

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง