
เมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 4 หรือมากขึ้น หลายคนอาจไม่ได้อยาก “หน้าเด็กลง” จนคนจำไม่ได้ แต่สิ่งที่อยากได้จริงๆ คือ อยากกลับมาดูสดใสเหมือนเมื่อก่อน บางคนส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูเหนื่อยตลอดเวลา ทั้งที่นอนเต็มที่ บางคนรู้สึกว่าแก้มเริ่มตก ร่องน้ำหมากชัดขึ้น แนวกรามไม่คมเหมือนเดิม หรือมองด้านข้างแล้วรู้สึกว่าคอไม่กระชับเหมือนเมื่อก่อน
คนไข้ที่กำลังหาข้อมูลว่า ควร “ดึงหน้าที่ไหนดี?” “ดึงหน้าหมอไหนดี?” “หมอไหนดึงหน้าเก่ง?” และที่สำคัญที่สุดคือ “ทำแล้วจะยังดูเป็นเราอยู่ไหม?”
เพราะการตัดสินใจทำ Facelift ไม่ใช่เรื่องเล็ก หลายคนใช้เวลาศึกษาข้อมูลนานกว่าจะตัดสินใจ เพราะสิ่งที่กังวลไม่ได้มีแค่เรื่องความสวย แต่รวมถึงความปลอดภัย แผล การพักฟื้น และผลลัพธ์ในระยะยาวด้วย บทความนี้เราอยากเชิญชวนทุกคนร่วมดูตัวอย่าง เคสหมอเอิร์ธ BLS ดึงหน้า ในช่วงอายุ 50-70 ปี เพื่อให้เห็นภาพว่า ก่อนทำแต่ละคนมีปัญหาอะไร เลือกใช้เทคนิคแบบไหน และหลังผ่าตัดใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างไร
หมอเอิร์ธ ดึงหน้า เหมาะกับใคร? ถ้ารู้สึกว่า “หน้าดูเหนื่อย” ทั้งที่อายุยังไม่มาก อาจถึงเวลาปรึกษา

ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกจุด และไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนอายุ 60-70 ปีเท่านั้น บางคนเริ่มเห็นแก้มตก มีกระเปาะแก้ม หรือร่องแก้ม ตั้งแต่อายุ 40 ต้นๆ ขณะที่บางคนอายุ 50 กว่า แต่ผิวยังไม่หย่อนมากนัก สิ่งที่นำมาพิจารณาการดึงหน้า จึงไม่ใช่ตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน
ลักษณะที่หลายคนเริ่มสังเกตได้ เช่น
- แก้มเริ่มตก ใบหน้าดูไม่กระชับเหมือนเดิม
- ร่องแก้มและร่องน้ำหมากชัดขึ้น
- แนวกรอบใบหน้าส่วนล่างไม่ชัดเหมือนเมื่อก่อน
- มีเหนียงหรือไขมันบริเวณใต้คาง
- คอเริ่มหย่อนหรือมีเส้นบริเวณลำคอ
- คิ้วหรือหางคิ้วตก ทำให้หน้าดูเศร้าหรือเหนื่อย
- หนังตาหรือถุงใต้ตาเริ่มชัด
- ถ่ายรูปแล้วรู้สึกว่าหน้าดูมีอายุ
สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ การทำ Facelift หรือการผ่าตัดดึงหน้า อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าปัญหาหลักอยู่บริเวณใด และจำเป็นต้องแก้ไขจุดไหนร่วมกันบ้าง ซึ่งบางเคส อาจเหมาะกับการดึงหน้าอย่างเดียว บางเคสอาจต้องดึงคอร่วมด้วย หรือในบางเคสอาจมีปัญหาบริเวณถุงใต้ตา หนังตา หรือเหนียงที่ควรวางแผนแก้ไขไปพร้อมกัน เพื่อให้ภาพรวมของใบหน้าดูยกกระชับย้อนวัยอย่างสอดคล้องกัน ด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
สิ่งที่คนไข้มักกังวลก่อนดึงหน้า “กลัวหน้าตึงรั้ง กลัวแผล และกลัวไม่เหมือนตัวเอง”
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หลายคนใช้เวลาในการวางแพลนทำหัตถการดึงหน้าเป็นเวลานาน อาจเกิดจากความกังวล โดยเฉพาะคนวัย 40-70 ปีที่ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนตัวเอง แต่อยากให้ใบหน้าดูสดใสและกระชับขึ้น หลายคนจึงให้ความสำคัญกับ “ความเป็นธรรมชาติ” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
แนวคิดในการผ่าตัดของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จึงเริ่มจากการทำความเข้าใจใบหน้าของคนไข้แต่ละคนก่อน เพราะเมื่อคนไข้มีปัญหาใบหน้าที่ไม่เหมือนกัน แผนการผ่าตัดก็ไม่ควรเหมือนกัน
สำหรับนพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, MD.) ว.48272 หรือหมอเอิร์ธ ดึงหน้า (หมอเอิร์ธศัลย์ย้อนวัย) การวางแผนรักษาในแต่ละเคส จึงต้องดูภาพรวมของใบหน้า ทั้งบริเวณแก้ม แนวกราม ใต้คาง ลำคอ รวมถึงบริเวณรอบดวงตาในกรณีที่มีปัญหาร่วมกัน
BLS Full Facelift คืออะไร?
BLS Full Facelift เป็นโปรแกรมผ่าตัดดึงหน้า หรือหัตถการผ่าตัดดึงหน้าชุดใหญ่ ที่วางแผนเพื่อแก้ไขความหย่อนคล้อยของใบหน้าในหลายบริเวณ ทั้งการดึงหน้า (Facelift) ลดความหย่อนคล้อย ยกกระชับหน้า ย้อนวัยใบหน้าเด็กลง ร่วมกับการดึงคอ (Necklift) แก้ลำคอหย่อน คอเป็นเส้น คอเป็นชั้น คอไก่งวง (Turkey Neck) และการส่องกล้องยกคิ้ว (Endo-Brow Lift) แก้คิ้วตก ตาตก ตาดูดุ ดูตาเศร้า ให้ดวงตายกกระชับ ดูสดใส

ซึ่งขั้นตอนของการปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางก่อนผ่าตัด มีความสำคัญมากกว่าการเลือกชื่อเทคนิคจากความนิยมหรือจากรีวิวเพียงอย่างเดียว
รวมเคสหมอเอิร์ธ ดึงหน้า จากวัย 50-70 ที่อยากกลับมาดูสดใสอีกครั้ง
แม้คนไข้ทุกเคสจะมีปัญหา “หน้าหย่อน” เหมือนกัน แต่รายละเอียดกลับไม่เหมือนกัน การวางแผน จึงแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละคน
- คุณตั้ม อายุ 62 ปี คุณแม่ของคุณเขื่อนดนัย (K-OTIC)

ปัญหาก่อนทำ
ใบหน้าเริ่มไม่เต่งตึง คิ้วตก มีรอยขมวดคิ้ว แก้มหย่อน ร่องน้ำหมากชัด และลำคอไม่กระชับ ทำให้โดยรวมดูมีอายุและไม่สดใส
เทคนิคที่ใช้
BLS Full Facelift (ผ่าตัดดึงหน้าชุดใหญ่) ร่วมกับดูดไขมันเหนียง
ผลลัพธ์
หลังดึงหน้า ใบหน้าดูกระชับขึ้นและดูสดใสมากขึ้น โดยยังคงลักษณะใบหน้าเดิมไว้ ผลลัพธ์โดยรวมดูเป็นธรรมชาติ และคนไข้มีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
- คุณหน่อย อายุ 67 ปี

ปัญหาก่อนทำ
มีความหย่อนคล้อยหลายจุด ทั้งคิ้วตก หนังตาตก แก้มหย่อน รวมถึงร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่เห็นชัด
เทคนิคที่ใช้
BLS Full Facelift (ผ่าตัดดึงหน้าชุดใหญ่)
ผลลัพธ์
ใบหน้าดูกระชับและสดใสขึ้น ภาพรวมดูคล่องแคล่วและมีชีวิตชีวามากขึ้น ที่สำคัญคือไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเปลี่ยนเป็นคนละคน และเมื่อแผลเข้าที่ก็สังเกตได้ยากอีกด้วย
- คุณเตียง อายุ 69 ปี

ปัญหาก่อนทำ
หน้าหย่อน คิ้วตก ตาตก มีถุงใต้ตา ร่องน้ำหมากชัด รวมถึงผิวลำคอเหี่ยวย่นและมีเส้นบริเวณคอ
เทคนิคที่ใช้
BLS Full Facelift (ผ่าตัดดึงหน้าชุดใหญ่) ร่วมกับการแก้ไขรอบดวงตา
ผลลัพธ์
หลังทำ ใบหน้าดูกระชับขึ้น ขณะที่บริเวณรอบดวงตาดูสดใสขึ้นด้วย ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูอ่อนวัยและมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์เดิมของใบหน้าเอาไว้ได้
- คุณอาภา อายุ 56 ปี

ปัญหาก่อนทำ
ใบหน้าหย่อน คิ้วตก มีถุงใต้ตา ดวงตาดูเศร้าและเหนื่อย มีร่องแก้ม กระเปาะแก้ม ร่องน้ำหมาก และลำคอมีริ้วรอย
เทคนิคที่ใช้
BLS Full Facelift (ผ่าตัดดึงหน้าชุดใหญ่) ร่วมกับตัดถุงใต้ตา
ผลลัพธ์
ความหย่อนคล้อยลดลง ใบหน้าดูกระชับและสดใสขึ้น รวมถึงดวงตาที่ดูเปิดและสดชื่นมากขึ้น ภาพรวมยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เปลี่ยนจุดเด่นของใบหน้าไปจนดูแตกต่างจากเดิม เพียงแต่ดูอ่อนเยาว์ลง
- คุณหมวย อายุ 60 ปี

ปัญหาก่อนทำ
ความหย่อนคล้อยตามวัยเริ่มเห็นชัด แก้มหย่อน แก้มตก และมีถุงใต้ตา
เทคนิคที่ใช้
ดึงหน้าร่วมกับตัดถุงใต้ตา
ผลลัพธ์
ผิวหน้าดูกระชับและสดใสขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี แนวแผลภายนอกแทบมองไม่เห็นเลย และภาพรวมของใบหน้ายังคงดูเป็นธรรมชาติ
- คุณเล็ก อายุ 67 ปี

ปัญหาก่อนทำ
หน้าหย่อนคล้อย คิ้วตก หนังตาตก มีถุงใต้ตา แก้มหย่อน ร่องน้ำหมากชัด รวมถึงคอไม่กระชับ
เทคนิคที่ใช้
BLS Full Facelift (ผ่าตัดดึงหน้าชุดใหญ่) และแก้ไขรอบดวงตา
ผลลัพธ์
ใบหน้าดูกระชับและดูสดใสขึ้น จากใบหน้าที่เคยดูมีอายุ กลับมามีความสดชื่นมากขึ้น และยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้
ดึงหน้าแล้วต้องพักฟื้นนานไหม? Timeline ที่คนอยากดึงหน้า ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
เรื่องการพักฟื้นเป็นอีกหนึ่งคำถามที่คนไข้หลายคนสงสัย โดยเฉพาะคนที่ยังทำงาน มีธุรกิจ หรือมีภาระต้องดูแลครอบครัว ทำให้มีเวลาพักฟื้นกำจัด ซึ่งโดยทั่วไปสามารถมองภาพของการพักฟื้นหลังผ่าตัดดึงหน้าได้ดังนี้
| ช่วงเวลา | อาการโดยรวม |
|---|---|
| 1-3 วันแรก | รู้สึกตึงบริเวณผ่าตัด หรืออาจมีอาการบวม ซึ่งเป็นภาวะปกติหลังผ่าตัด |
| 4-7 วัน | ความรู้สึกตึงเริ่มลดลง บวมน้อยลงจากช่วงแรก |
| 7-14 วัน | อาการบวมลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ดีขึ้น ระยะนี้แผลจะเริ่มแห้งสนิท คนไข้มีนัดตัดไหมที่คลินิก |
| 1 เดือน | ใบหน้าเข้าที่มากขึ้น แผลเนียน มีขนาดเล็กและบาง เริ่มจางลงจนแทบมองไม่เห็นรอย |
| 3-6 เดือน | ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สีแผลจางลง จนเนียนสนิทไปกับสีผิวของคนไข้ |
ดังนั้นหากคนไข้กำลังวางแผนผ่าตัดดึงหน้า ควรเผื่อเวลาพักฟื้นและวางแผนงานล่วงหน้า ไม่ควรคาดหวังว่าหลังผ่าตัดแล้วใบหน้าจะเข้าที่ทันที ซึ่งสิ่งสำคัญที่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเน้นย้ำเสมอ คือ การดูแลหลังผ่าตัดมีส่วนต่อการฟื้นตัว จึงควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาตามนัดทุกครั้ง
ดึงหน้าปลอดภัยไหม? เรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
สำหรับคนที่กำลังสนใจปรึกษาหมอเอิร์ธ ดึงหน้า (หมอเอิร์ธศัลย์ย้อนวัย) หรือกำลังดูรีวิวการดึงหน้าจากหลายๆ ที่ เรื่องที่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางอยากให้คนไข้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความปลอดภัยและการวางแผนก่อนผ่าตัด
การดึงหน้าเป็นการผ่าตัด จึงอาจมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดประเภทอื่น อาจมีอาการบวม ตึง หรือชาบริเวณผิวหนังที่ผ่าตัดในช่วงแรกได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดคั่ง การติดเชื้อ ปัญหาแผลผ่าตัด หรือความผิดปกติของเส้นประสาทใบหน้า ซึ่งความเสี่ยงจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล
เพราะฉะนั้นก่อนผ่าตัดควรแจ้งแพทย์ให้ครบว่า
- มีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่
- รับประทานยาและอาหารเสริมอะไรอยู่
- เคยผ่าตัดหรือทำหัตถการอะไรมาก่อน
- มีประวัติแพ้ยาหรือไม่
- สูบบุหรี่หรือไม่
- มีปัญหาเกี่ยวกับการหายของแผลหรือไม่
และหากหลังผ่าตัดมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้นอย่างชัดเจน บวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เลือดออกมาก มีไข้ หรือแผลมีลักษณะผิดปกติ ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที
ถ้ากำลังหาข้อมูล “ดึงหน้าหมอไหนดี” ลองดู 5 เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจ
1. แพทย์มีความชำนาญด้านศัลยกรรมตกแต่งหรือไม่?

คนไข้สามารถตรวจสอบประวัติการศึกษา วุฒิบัตร และประสบการณ์ของแพทย์ได้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งการศัลยกรรมดึงหน้า ต้องทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) และดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ (Anesthesiologist) ดูแลคนไข้แบบ 1:1 เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย รวมถึงได้ผลลัพธ์ของการดึงหน้าที่ตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้อย่างตรงจุดและดูเป็นธรรมชาติ
2. แพทย์ประเมินปัญหาของเราอย่างไร?
ลองสังเกตว่าแพทย์มีการประเมินปัญหาอย่างละเอียด พร้อมอธิบายให้คนไข้เข้าใจ มีการแนะนำอย่างตรงไปตรงมา และมีการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับคนไข้แต่ละเคสมากที่สุดหรือไม่
3. เทคนิคที่ใช้ตอบโจทย์ปัญหาของเราได้หรือไม่?
การดึงหน้า มีหลายเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการดึงหน้าชั้นลึก (Deep SMAS Facelift) การดึงหน้าดึงคอ, (Facelift & Necklift) การดึงหน้าส่องกล้อง (Endo-Face Lift) หรือการยกกระชับหรือดึงหน้าเฉพาะจุด อย่างการยกคิ้วส่องกล้อง (Endo-Brow Lift) หรือการศัลยกรรมตัดถุงใต้ตา (Subbrow Lift) ซึ่งศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จะประเมินปัญหา เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมและวางแนวทางการรักษาที่ตอบโจทย์คนไข้อย่างตรงจุดมากที่สุด
4. แผลอยู่บริเวณไหน?
สำหรับคนวัย 50+ เรื่องแผลหลังผ่าตัด เป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้นๆ คนไข้จึงควรถามแพทย์ให้ชัดเจน ถึงตำแหน่งแนวแผล การดูแลแผล และระยะเวลาที่แผลจะค่อยๆ เข้าที่ เพื่อประเมินผลลัพธ์คร่าวๆ ล่วงหน้า ว่าผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เห็นแผลชัด และมีใช้ระยะเวลาพักฟื้นที่นานหรือไม่ ซึ่งหากดึงหน้าโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center จะมีการกำหนดตำแหน่งแผลอย่างละเอียดก่อนผ่าตัด โดยวางตำแหน่งแผลผ่าตัดให้เล็กที่สุด สังเกตเห็นได้น้อยที่สุด ใช้เทคนิคผ่าตัดดึงหน้า ร่วมกับเทคนิคเย็บซ่อนรอยแผลในไรผม หรือแนวรอยพับตามธรรมชาติของผิว ทำให้แทบไม่สังเกตแผลหลังผ่าตัด และรอยแผลจะค่อยๆ แนบเนียนขึ้น จนหาไม่เจอเมื่อเวลาผ่านไป
5. หลังผ่าตัดมีการติดตามอย่างไร?
การดูแลคนไข้ศัลยกรรมดึงหน้าที่ดี ไม่ควรจบในวันที่ออกจากห้องผ่าตัด แต่ควรมีทีมดูแลและระบบติดตามหลังผ่าตัด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์ที่ได้ ที่คนไข้ควรสอบถามก่อนตัดสินใจ
ดึงหน้า โดย “หมอเอิร์ธ ดึงหน้า BLS” เป็นอย่างไร?
สำหรับคนไข้ที่กำลังสนใจทำศัลยกรรมดึงหน้า กับ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, MD.) ว.48272 หรือ หมอเอิร์ธ ดึงหน้า (Dr.Earth BLS) การทำความรู้จักแพทย์จากประวัติการศึกษา (หมอเอิร์ธ BLS ประวัติ) ความเฉพาะทางของแพทย์ (เว็บไซต์แพทยสภา) ประสบการณ์ความชำนาญ แนวทางการวางแผนผ่าตัด และรูปรีวิวเคสจริง จะช่วยให้เข้าใจแนวทางของแพทย์ได้มากกว่าการดูรีวิวสั้นๆ เพียงอย่างเดียว

และสำหรับคนไข้ที่สนใจดึงหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การได้พูดคุยกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางโดยตรง เพราะไม่มีเทคนิคดึงหน้าที่เหมาะกับทุกคน คนไข้จำเป็นต้องได้รับคำปรึกษา การประเมินและการเลือกเทคนิคแก้ไขที่เหมาะกับตนเองมากที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน
การดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี? และทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติได้นาน
หลังผ่าตัดดึงหน้า กระบวนการเปลี่ยนแปลงตามวัยยังคงเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้นการดึงหน้าไม่ได้หมายถึงการหยุดอายุไว้ได้ตลอดไป แต่เป็นการช่วยจัดการความหย่อนคล้อยตามวัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปผลลัพธ์หลังการดึงหน้า โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้นานประมาณ 5-10 ปี
ซึ่งคนไข้สามารถดูแล Maintain ผลลัพธ์หลังดึงหน้าอย่างเหมาะสม เช่น การทำโปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับผิว โปรแกรมฉีดโบ โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
สรุป หมอเอิร์ธ ดึงหน้า ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย แก้มตก มีร่องแก้มและร่องน้ำหมาก แนวกรามไม่ชัด มีเหนียง ลำคอเหี่ยวย่น หรือดวงตาที่ทำให้หน้าดูเหนื่อย ดูตาตก ตาเศร้า หากติดตามบทความนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็จะเห็นว่าปัญหาใบหน้าและความหย่อนคล้อยของแต่ละคนแตกต่างกัน ส่งผลให้เทคนิคที่ใช้ในการยกกระชับไม่ได้เหมือนกันทุกเคส และท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ของการดึงหน้าที่ดี ไม่ควรทำให้เรากลายเป็นคนอื่น แต่ควรทำให้เรากลับมามีความมั่นใจมากขึ้น ได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสและมั่นใจ
หากใครกำลังมีแพลนจะผ่าตัดดึงหน้า การเข้ามาพูดคุยและประเมินกับหมอเอิร์ธ ดึงหน้า ที่ BLS Surgery Center ได้โดยตรง จะช่วยให้เข้าใจว่าใบหน้าของเรามีปัญหาตรงไหน ควรแก้ไขอย่างไร และมีทางเลือกใดบ้าง ก่อนตัดสินใจ
แนะนำศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center

นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.)
ว.48272

พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)
ว.55914

นพ.เตชิณ วศินสังวร
(TECHIN WASINSANGWORN, M.D.)
ว.54362
หมอเอิร์ธ BLS รีวิวดึงหน้า ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ที่ BLS Surgery Center





