
ศัลยแพทย์ คืออะไร และแตกต่างจากแพทย์ทั่วไปอย่างไร?
หลายคนอาจสงสัยว่า ศัลยแพทย์ คือ แพทย์ประเภทใด และแตกต่างจากแพทย์ทั่วไปอย่างไร? คำว่า ศัลยแพทย์ อ่านว่า สัน-ละ-ยะ-แพด ในภาษาอังกฤษ คือ Surgeon หมายถึงแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการผ่าตัดโดยเฉพาะ มีหน้าที่วินิจฉัยและรักษาโรค หรือความผิดปกติที่จำเป็นต้องใช้การผ่าตัดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
ในขณะที่ศัลยแพทย์ ทั่วไป คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดทั่วไป เช่น ระบบทางเดินอาหาร ช่องท้อง หรืออวัยวะภายใน ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง หรือ Plastic Surgeon จะได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมด้าน Plastic Surgery เพื่อดูแลทั้งการผ่าตัดเสริมสร้าง (Reconstructive Surgery) และการผ่าตัดเพื่อความงาม (Cosmetic Surgery) โดยคำนึงถึงการทำงานของอวัยวะและผลลัพธ์ด้านความสวยงามควบคู่กัน
ทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? เริ่มต้นจากการเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการดึงหน้า ส่องกล้องดึงหน้า ส่องกล้องยกคิ้ว ศัลยกรรมหน้าอก หรือศัลยกรรมตกแต่งอื่นๆ มีหลายคนยังลังเลว่าควรทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? ในความเป็นจริง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ชื่อคลินิกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งโดยตรง มีประสบการณ์ และสามารถวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพราะการผ่าตัดทุกครั้งควรให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัย ผลลัพธ์ และการดูแลระยะยาว
หลายคนอาจเคยเห็นผลลัพธ์ของการศัลยกรรมที่ช่วยเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และคืนความมั่นใจให้กับผู้คน แต่เบื้องหลังความสำเร็จของทุกเคส คือ เส้นทางการเรียนรู้และการฝึกฝนที่ยาวนานของ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ผู้ที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความละเอียด และประสบการณ์ในการดูแลคนไข้ในทุกขั้นตอน
Podcast Surgeon’s Time ชั่วโมงต้องศัลย์ EP.1 : Time Machine ย้อนเวลา “กว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง” ชวนติดตามเส้นทางชีวิตของ หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272 และ หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914 ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ประจำ BLS Surgery Center ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ตั้งแต่วันแรกของการเป็นนักศึกษาแพทย์ จนก้าวสู่การเป็น Plastic Surgeon พร้อมเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอาชีพที่หลายคนมองว่า “โหดยิ่งกว่าซีรีส์”
ศัลยแพทย์ เรียนกี่ปี กว่าจะเป็น Plastic Surgeon

ความจริงแล้ว การเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่ได้จบเพียงการเรียนแพทย์ 6 ปี แต่ยังต้องผ่านการฝึกอบรมอีกหลายขั้นตอน ทั้งการใช้ทุน การเป็นแพทย์ประจำบ้าน และการศึกษาต่อเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง ทำให้ใช้เวลารวมประมาณ 11-15 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเส้นทางการฝึกอบรมของแต่ละคน
สำหรับหมอเอิร์ธและหมอวิ เส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเรียน เพื่อสอบให้ผ่าน แต่เป็นการสั่งสมประสบการณ์จากการดูแลผู้ป่วยจริง ฝึกคิด ฝึกตัดสินใจ และเรียนรู้การรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้คนในทุกวัน ซึ่งทั้งสองท่านบอกเล่าผ่าน Podcast ว่า ทุกช่วงเวลาที่ผ่านมาได้หล่อหลอมให้กลายเป็นแพทย์ในวันนี้


จุดเริ่มต้นของความฝัน เมื่อ “หมอ” ไม่ได้เป็นเพียงอาชีพ
แม้ปัจจุบันทั้งหมอเอิร์ธและหมอวิจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ แต่จุดเริ่มต้นของทั้งคู่ก็ไม่ต่างจากนักศึกษาแพทย์ทั่วไป ที่ต้องเผชิญกับความกดดัน การเรียนที่เข้มข้น และการค้นหาว่าสาขาใดคือสิ่งที่ตนเองอยากทำไปตลอดชีวิต
ทั้งสองเล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่ได้หมุนเวียนไปเรียนในแต่ละแผนกของโรงพยาบาล ก่อนจะค้นพบว่า “ศัลยกรรมตกแต่ง” เป็นสาขาที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าไว้ด้วยกัน ไม่เพียงรักษาความผิดปกติของร่างกาย แต่ยังช่วยฟื้นฟูความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง
นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทั้งสองเลือกเดินบนเส้นทาง Plastic Surgery แม้จะรู้ดีว่าเป็นสาขาที่ต้องใช้เวลา ความอดทน และความมุ่งมั่นมากกว่าสาขาทั่วไปก็ตาม
ชีวิต Resident เมื่อห้องผ่าตัดคือห้องเรียนที่แท้จริง
หลายคนอาจมองว่าเมื่อเรียนจบแพทยศาสตร์แล้ว เส้นทางสู่การเป็นแพทย์เฉพาะทางคงไม่ยากนัก แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลาของการเป็นแพทย์ประจำบ้าน (Resident) หรือแพทย์ที่เรียนจบแพทยศาสตร์และผ่านช่วง Intern กำลังเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางในสาขาใดสาขาหนึ่ง คือ บททดสอบสำคัญของทุกคนที่อยากก้าวสู่การเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
หมอเอิร์ธและหมอวิเล่าว่า ช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ต้องเข้าเวรแทบทุกวัน รับผิดชอบผู้ป่วยจำนวนมาก และใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลมากกว่าที่บ้านเสียอีก สิ่งที่ได้เรียนรู้จึงไม่ใช่เพียงเทคนิคการผ่าตัด แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน การทำงานเป็นทีม และการรับผิดชอบต่อทุกชีวิตที่อยู่บนเตียงผ่าตัด
สำหรับทั้งสองท่าน “ความเหนื่อย” กลายเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เข้าใจว่า การเป็นศัลยแพทย์ไม่ได้วัดกันที่ความสามารถในการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่คือความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เมื่อทุกเคส คือ บทเรียนที่ไม่มีในตำรา
หมอวิเล่าถึงเคสผ่าตัดที่ใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมง เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติซับซ้อน ขณะที่หมอเอิร์ธแบ่งปันประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและการผ่าตัดซ่อมแซมอวัยวะ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความละเอียด ความอดทน และการวางแผนอย่างรอบคอบ
เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เห็นว่า Plastic Surgery เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานความรู้ทางการแพทย์เข้ากับศิลปะในการฟื้นฟูรูปลักษณ์และการใช้งานของอวัยวะ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง


ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่ได้ทำเฉพาะศัลยกรรมความงาม
หลายคนเข้าใจว่า ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง มีหน้าที่ทำศัลยกรรมเสริมความงามเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ขอบเขตของ Plastic Surgery กว้างกว่านั้นมาก
ศัลยแพทย์ตกแต่งต้องดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการผ่าตัดซ่อมแซมหลังอุบัติเหตุ ความพิการแต่กำเนิด การผ่าตัดหลังมะเร็ง รวมถึงการผ่าตัดเพื่อความงาม โดยทุกการรักษาต้องคำนึงถึงทั้งการทำงานของอวัยวะ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติควบคู่กัน
เป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกทำศัลยกรรม ควรอยู่ภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับวุฒิบัตรด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งโดยตรง
วิธีตรวจสอบศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon)
สามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ ได้จากฐานข้อมูลแพทยสภาโดยตรง ที่ เว็บไซต์แพทยสภา โดยข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น
หากต้องการตรวจสอบความเฉพาะทางของแพทย์ BLS Surgery Cnter ให้กรอกข้อมูลโดยใช้ข้อมูล ดังต่อไปนี้
- หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) ว.48272
- หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914
- หมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร (TECHIN WASINSANGWORN, M.D.) ว.54362



มากกว่าความสวยงาม คือการเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนไข้
สำหรับหมอเอิร์ธและหมอวิ ความสุขของการเป็นศัลยแพทย์ ไม่ใช่เพียงการเห็นผลลัพธ์หลังผ่าตัด แต่คือการได้เห็นรอยยิ้ม ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไข้
ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่กลับมายิ้มได้หลังการผ่าตัดซ่อมแซมใบหน้า หรือผู้ที่กลับมามั่นใจในตัวเองหลังการศัลยกรรมย้อนวัย ทุกเคสล้วนเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองยังคงพัฒนาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
รับชม Surgeon’s Time EP.1 แล้วจะเข้าใจศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางลึกซึ้ง
หลายคนที่กำลังค้นหาข้อมูลว่า ทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? ดึงหน้าที่ไหนดี? ดึงหน้า หมอไหนดี? หรือกำลังเปรียบเทียบว่า หมอดึงหน้าที่เก่งที่สุด? ควรมีคุณสมบัติอย่างไร อาจเริ่มจากการศึกษาประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ผู้ผ่าตัด เพราะเบื้องหลังผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้เกิดจากเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการฝึกฝนอย่างยาวนานของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ใครต้องการปรึกษาด้านศัลยกรรมตกแต่ง การยกกระชับย้อนวัย ดึงหน้าดึงคอ (Facelift Necklift) ส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Face Lift) ส่องกล้องยกคิ้ว (Endo-Brow Lift) หรือต้องการปรึกษาปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยอื่นๆ สามารถปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางได้โดยตรงที่ BLS Surgery Center
แนะนำศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center

นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.)
ว.48272

พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)
ว.55914

นพ.เตชิณ วศินสังวร
(TECHIN WASINSANGWORN, M.D.)
ว.54362
คำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับศัลยแพทย์
A : ศัลยแพทย์ คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคหรือความผิดปกติด้วยการผ่าตัด โดยต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางหลังจบแพทยศาสตร์
A : ศัลยแพทย์ ภาษาอังกฤษ คือ Surgeon ส่วนศัลยแพทย์ ตกแต่ง คือ Plastic Surgeon
A : โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 11-15 ปี ตั้งแต่เรียนแพทยศาสตร์ การใช้ทุน และการฝึกอบรมเฉพาะทาง ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและเส้นทางของแต่ละบุคคล
A : ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่เพียงแต่ทำศัลยกรรมความงาม แต่ยังดูแลการผ่าตัดซ่อมแซมจากอุบัติเหตุ ความพิการแต่กำเนิด การผ่าตัดหลังมะเร็ง รวมถึงการผ่าตัดเพื่อความงาม
A : ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเป็นผู้ประเมิน วางแผน และผ่าตัด โดยพิจารณาจากประสบการณ์ ผลงาน และการดูแลหลังผ่าตัดร่วมด้วย
A : ควรเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดดึงหน้าโดยเฉพาะ ซึ่งศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง สามารถอธิบายเทคนิคการรักษา วางแผนตามโครงสร้างใบหน้า และให้คำแนะนำที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน
A : ไม่มีเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าหมอดึงหน้าท่านใดเก่งที่สุดสำหรับทุกคน แต่ควรพิจารณาจากวุฒิบัตรด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง ประสบการณ์การผ่าตัด ผลลัพธ์ของผู้ป่วยจริง มาตรฐานสถานพยาบาล และการประเมินที่เหมาะสมกับปัญหาและเป้าหมายของผู้รับการรักษา
สรุป กว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
หลังจากอ่านเรื่องราวของหมอเอิร์ธและหมอวิ จะเห็นได้ว่าเส้นทางกว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ต้องใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้และฝึกฝน ดังนั้น หากคนไข้กำลังมองหาหมอดึงหน้าที่เก่งที่สุด หรือกำลังตัดสินใจว่าจะทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? การเลือกแพทย์ที่มีความรู้ ประสบการณ์ และผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษามีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล