หมอเอิร์ธ & หมอวิ เปิดตัว Podcast Surgeon’s Time EP.1 Time Machine ย้อนเวลา “กว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง”

หมอเอิร์ธ & หมอวิ เปิดตัว Podcast Surgeon's Time EP.1 Time Machine ย้อนเวลา "กว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง"
หมอเอิร์ธ & หมอวิ เปิดตัว Podcast Surgeon’s Time EP.1 Time Machine ย้อนเวลา “กว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง”

ศัลยแพทย์ คืออะไร และแตกต่างจากแพทย์ทั่วไปอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า ศัลยแพทย์ คือ แพทย์ประเภทใด และแตกต่างจากแพทย์ทั่วไปอย่างไร? คำว่า ศัลยแพทย์ อ่านว่า สัน-ละ-ยะ-แพด ในภาษาอังกฤษ คือ Surgeon หมายถึงแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการผ่าตัดโดยเฉพาะ มีหน้าที่วินิจฉัยและรักษาโรค หรือความผิดปกติที่จำเป็นต้องใช้การผ่าตัดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา

ในขณะที่ศัลยแพทย์ ทั่วไป คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดทั่วไป เช่น ระบบทางเดินอาหาร ช่องท้อง หรืออวัยวะภายใน ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง หรือ Plastic Surgeon จะได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมด้าน Plastic Surgery เพื่อดูแลทั้งการผ่าตัดเสริมสร้าง (Reconstructive Surgery) และการผ่าตัดเพื่อความงาม (Cosmetic Surgery) โดยคำนึงถึงการทำงานของอวัยวะและผลลัพธ์ด้านความสวยงามควบคู่กัน

ทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? เริ่มต้นจากการเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการดึงหน้า ส่องกล้องดึงหน้า ส่องกล้องยกคิ้ว ศัลยกรรมหน้าอก หรือศัลยกรรมตกแต่งอื่นๆ มีหลายคนยังลังเลว่าควรทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? ในความเป็นจริง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ชื่อคลินิกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งโดยตรง มีประสบการณ์ และสามารถวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพราะการผ่าตัดทุกครั้งควรให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัย ผลลัพธ์ และการดูแลระยะยาว

หลายคนอาจเคยเห็นผลลัพธ์ของการศัลยกรรมที่ช่วยเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และคืนความมั่นใจให้กับผู้คน แต่เบื้องหลังความสำเร็จของทุกเคส คือ เส้นทางการเรียนรู้และการฝึกฝนที่ยาวนานของ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ผู้ที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความละเอียด และประสบการณ์ในการดูแลคนไข้ในทุกขั้นตอน

Podcast Surgeon’s Time ชั่วโมงต้องศัลย์ EP.1 : Time Machine ย้อนเวลา “กว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง” ชวนติดตามเส้นทางชีวิตของ หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272 และ หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914 ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ประจำ BLS Surgery Center ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ตั้งแต่วันแรกของการเป็นนักศึกษาแพทย์ จนก้าวสู่การเป็น Plastic Surgeon พร้อมเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอาชีพที่หลายคนมองว่า “โหดยิ่งกว่าซีรีส์”

ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center
ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS Surgery Center

ความจริงแล้ว การเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่ได้จบเพียงการเรียนแพทย์ 6 ปี แต่ยังต้องผ่านการฝึกอบรมอีกหลายขั้นตอน ทั้งการใช้ทุน การเป็นแพทย์ประจำบ้าน และการศึกษาต่อเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง ทำให้ใช้เวลารวมประมาณ 11-15 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเส้นทางการฝึกอบรมของแต่ละคน

สำหรับหมอเอิร์ธและหมอวิ เส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเรียน เพื่อสอบให้ผ่าน แต่เป็นการสั่งสมประสบการณ์จากการดูแลผู้ป่วยจริง ฝึกคิด ฝึกตัดสินใจ และเรียนรู้การรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้คนในทุกวัน ซึ่งทั้งสองท่านบอกเล่าผ่าน Podcast ว่า ทุกช่วงเวลาที่ผ่านมาได้หล่อหลอมให้กลายเป็นแพทย์ในวันนี้

จุดเริ่มต้นของความฝัน เมื่อ “หมอ” ไม่ได้เป็นเพียงอาชีพ

แม้ปัจจุบันทั้งหมอเอิร์ธและหมอวิจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ แต่จุดเริ่มต้นของทั้งคู่ก็ไม่ต่างจากนักศึกษาแพทย์ทั่วไป ที่ต้องเผชิญกับความกดดัน การเรียนที่เข้มข้น และการค้นหาว่าสาขาใดคือสิ่งที่ตนเองอยากทำไปตลอดชีวิต

ทั้งสองเล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่ได้หมุนเวียนไปเรียนในแต่ละแผนกของโรงพยาบาล ก่อนจะค้นพบว่า “ศัลยกรรมตกแต่ง” เป็นสาขาที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าไว้ด้วยกัน ไม่เพียงรักษาความผิดปกติของร่างกาย แต่ยังช่วยฟื้นฟูความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทั้งสองเลือกเดินบนเส้นทาง Plastic Surgery แม้จะรู้ดีว่าเป็นสาขาที่ต้องใช้เวลา ความอดทน และความมุ่งมั่นมากกว่าสาขาทั่วไปก็ตาม

ชีวิต Resident เมื่อห้องผ่าตัดคือห้องเรียนที่แท้จริง

หลายคนอาจมองว่าเมื่อเรียนจบแพทยศาสตร์แล้ว เส้นทางสู่การเป็นแพทย์เฉพาะทางคงไม่ยากนัก แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลาของการเป็นแพทย์ประจำบ้าน (Resident) หรือแพทย์ที่เรียนจบแพทยศาสตร์และผ่านช่วง Intern กำลังเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางในสาขาใดสาขาหนึ่ง คือ บททดสอบสำคัญของทุกคนที่อยากก้าวสู่การเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

หมอเอิร์ธและหมอวิเล่าว่า ช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ต้องเข้าเวรแทบทุกวัน รับผิดชอบผู้ป่วยจำนวนมาก และใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลมากกว่าที่บ้านเสียอีก สิ่งที่ได้เรียนรู้จึงไม่ใช่เพียงเทคนิคการผ่าตัด แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน การทำงานเป็นทีม และการรับผิดชอบต่อทุกชีวิตที่อยู่บนเตียงผ่าตัด

สำหรับทั้งสองท่าน “ความเหนื่อย” กลายเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เข้าใจว่า การเป็นศัลยแพทย์ไม่ได้วัดกันที่ความสามารถในการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่คือความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

เมื่อทุกเคส คือ บทเรียนที่ไม่มีในตำรา

หมอวิเล่าถึงเคสผ่าตัดที่ใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมง เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติซับซ้อน ขณะที่หมอเอิร์ธแบ่งปันประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและการผ่าตัดซ่อมแซมอวัยวะ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความละเอียด ความอดทน และการวางแผนอย่างรอบคอบ

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เห็นว่า Plastic Surgery เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานความรู้ทางการแพทย์เข้ากับศิลปะในการฟื้นฟูรูปลักษณ์และการใช้งานของอวัยวะ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่ได้ทำเฉพาะศัลยกรรมความงาม

หลายคนเข้าใจว่า ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง มีหน้าที่ทำศัลยกรรมเสริมความงามเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ขอบเขตของ Plastic Surgery กว้างกว่านั้นมาก

ศัลยแพทย์ตกแต่งต้องดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการผ่าตัดซ่อมแซมหลังอุบัติเหตุ ความพิการแต่กำเนิด การผ่าตัดหลังมะเร็ง รวมถึงการผ่าตัดเพื่อความงาม โดยทุกการรักษาต้องคำนึงถึงทั้งการทำงานของอวัยวะ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติควบคู่กัน

เป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกทำศัลยกรรม ควรอยู่ภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับวุฒิบัตรด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งโดยตรง

วิธีตรวจสอบศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon)

สามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ ได้จากฐานข้อมูลแพทยสภาโดยตรง ที่ เว็บไซต์แพทยสภา โดยข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น

หากต้องการตรวจสอบความเฉพาะทางของแพทย์ BLS Surgery Cnter ให้กรอกข้อมูลโดยใช้ข้อมูล ดังต่อไปนี้

  • หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) ว.48272
  • หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914
  • หมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร (TECHIN WASINSANGWORN, M.D.) ว.54362

มากกว่าความสวยงาม คือการเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนไข้

สำหรับหมอเอิร์ธและหมอวิ ความสุขของการเป็นศัลยแพทย์ ไม่ใช่เพียงการเห็นผลลัพธ์หลังผ่าตัด แต่คือการได้เห็นรอยยิ้ม ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไข้

ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่กลับมายิ้มได้หลังการผ่าตัดซ่อมแซมใบหน้า หรือผู้ที่กลับมามั่นใจในตัวเองหลังการศัลยกรรมย้อนวัย ทุกเคสล้วนเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองยังคงพัฒนาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

รับชม Surgeon’s Time EP.1 แล้วจะเข้าใจศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางลึกซึ้ง

หลายคนที่กำลังค้นหาข้อมูลว่า ทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? ดึงหน้าที่ไหนดี? ดึงหน้า หมอไหนดี? หรือกำลังเปรียบเทียบว่า หมอดึงหน้าที่เก่งที่สุด? ควรมีคุณสมบัติอย่างไร อาจเริ่มจากการศึกษาประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ผู้ผ่าตัด เพราะเบื้องหลังผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้เกิดจากเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการฝึกฝนอย่างยาวนานของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ใครต้องการปรึกษาด้านศัลยกรรมตกแต่ง การยกกระชับย้อนวัย ดึงหน้าดึงคอ (Facelift Necklift) ส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Face Lift) ส่องกล้องยกคิ้ว (Endo-Brow Lift) หรือต้องการปรึกษาปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยอื่นๆ สามารถปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางได้โดยตรงที่ BLS Surgery Center

หมอเอิร์ธ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ ว.48272
หมอเอิร์ธ BLS 
นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) 
ว.48272
หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ ว.55914
หมอวิ BLS 
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ 
(VIPAPHAN WATSON, M.D.)
ว.55914
หมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร ว.54362
หมอต้า BLS 
นพ.เตชิณ วศินสังวร 
(TECHIN WASINSANGWORN, M.D.)
ว.54362

คำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับศัลยแพทย์

A : ศัลยแพทย์ คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคหรือความผิดปกติด้วยการผ่าตัด โดยต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางหลังจบแพทยศาสตร์

A : ศัลยแพทย์ ภาษาอังกฤษ คือ Surgeon ส่วนศัลยแพทย์ ตกแต่ง คือ Plastic Surgeon

A : โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 11-15 ปี ตั้งแต่เรียนแพทยศาสตร์ การใช้ทุน และการฝึกอบรมเฉพาะทาง ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและเส้นทางของแต่ละบุคคล

A : ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่เพียงแต่ทำศัลยกรรมความงาม แต่ยังดูแลการผ่าตัดซ่อมแซมจากอุบัติเหตุ ความพิการแต่กำเนิด การผ่าตัดหลังมะเร็ง รวมถึงการผ่าตัดเพื่อความงาม

A : ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเป็นผู้ประเมิน วางแผน และผ่าตัด โดยพิจารณาจากประสบการณ์ ผลงาน และการดูแลหลังผ่าตัดร่วมด้วย

A : ควรเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดดึงหน้าโดยเฉพาะ ซึ่งศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง สามารถอธิบายเทคนิคการรักษา วางแผนตามโครงสร้างใบหน้า และให้คำแนะนำที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน

A : ไม่มีเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าหมอดึงหน้าท่านใดเก่งที่สุดสำหรับทุกคน แต่ควรพิจารณาจากวุฒิบัตรด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง ประสบการณ์การผ่าตัด ผลลัพธ์ของผู้ป่วยจริง มาตรฐานสถานพยาบาล และการประเมินที่เหมาะสมกับปัญหาและเป้าหมายของผู้รับการรักษา

สรุป กว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

หลังจากอ่านเรื่องราวของหมอเอิร์ธและหมอวิ จะเห็นได้ว่าเส้นทางกว่าจะเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ต้องใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้และฝึกฝน ดังนั้น หากคนไข้กำลังมองหาหมอดึงหน้าที่เก่งที่สุด หรือกำลังตัดสินใจว่าจะทำศัลยกรรม ที่ไหนดี? การเลือกแพทย์ที่มีความรู้ ประสบการณ์ และผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษามีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง