หมอเอิร์ธ BLS ตอบคำถามฮิต ปัจจุบันการ “ดึงหน้ามาแรงแซงการฉีด” จริงไหม?

หมอเอิร์ธ BLS ตอบคำถามฮิต ปัจจุบันการ "ดึงหน้ามาแรงแซงการฉีด" จริงไหม?
หมอเอิร์ธ BLS ตอบคำถามฮิต ปัจจุบันการ “ดึงหน้ามาแรงแซงการฉีด” จริงไหม?

การดึงหน้า ดึงคอ (Facelift & Necklift) ไม่ใช่เพียงแค่การยกให้ตึง ซึ่งหมอเอิร์ธ BLS หรือ นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (Dr. Suphakorn Tangchirakhaphan, MD.) ว.48272 ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) และผู้บริหารของ BLS Surgery Center พร้อมเปิดเบื้องหลังความสำเร็จของเคสศัลยกรรมดึงหน้าที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากคนไข้เป็นจำนวนมาก ความยากง่ายของการแก้หน้าหย่อนคล้อย ด้วยการศัลยกรรมดึงหน้าและการศัลยกรรมคอ หรือ ยกกระชับคอ ที่ช่วยให้คนไข้สวยย้อนวัย ภายใต้ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ควรเป็นอย่างไร? ดึงหน้าที่ไหนดี? ทุกคำถามที่คนไข้สงสัย หมอเอิร์ธพร้อมเคลียร์คำตอบให้ในบทความนี้

Q : ทำไมผู้หญิงแก่เร็วกว่าผู้ชาย? ทั้งที่ส่วนใหญ่ดูแลตัวเองมากกว่า

A : ส่วนใหญ่ผู้ชายจะมีฮอร์โมนคงที่ หรือน้อยลงเพียงเล็กน้อยตามอายุ แต่ผู้หญิงจะมีช่วงเข้าสู่วัยทอง ที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย คุณภาพผิวไม่ดีเหมือนตอนสาวๆ

Q : คนไข้อายุ 40-60 ปี ส่วนใหญ่มาพบคุณหมอ ด้วยปัญหาอะไร?

ผ่าตัดดึงหน้าที่ไหนดีสำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป
ผ่าตัดดึงหน้าที่ไหนดีสำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป

A : แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ถ้าอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมาด้วยปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือคอเริ่มหย่อนคล้อย และทำกลุ่มหัตถการต่างๆ ที่ไม่ผ่าตัดแล้วไม่ค่อยเห็นผล ไม่ตึงกระชับขึ้นเหมือนตอนที่อายุยังน้อย เช่น เคยยิงเลเซอร์แล้วเคยอยู่ได้ 1 ปี ก็อาจจะได้ผลเพียงแค่ 4-5 เดือน ก็ต้องกลับมาทำซ้ำ แต่กลุ่ม 60 ปีขึ้นไป จะเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหามากขึ้น มีความหย่อนคล้อยชัดเจน ทำหัตถการที่ไม่ผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล แต่เหมาะกับการหัตถการดึงหน้ามากกว่า

คลินิกดึงหน้าชั้นลึกในกรุงเทพที่ได้รับรีวิวดี
คลินิกดึงหน้าชั้นลึกในกรุงเทพที่ได้รับรีวิวดี

Q : คนไข้อายุน้อย มาดึงหน้า ด้วยปัญหาอะไร?

A : ปัญหาของคนไข้อายุน้อย หลักๆ แล้วไม่ใช่เรื่องความหย่อนคล้อยทั่วไป แต่พบปัญหาของคนไข้อยู่ 3 กลุ่ม

  • กลุ่มที่ 1 เคยทำหัตถการเกี่ยวกับกระดูกโครงหน้า เช่น เหลากราม ทุบกระดูกโหนกแก้ม เปรียบง่ายๆ ให้กระดูกโครงหน้าเป็นเสาบ้าน ถ้าหากเสาบ้านเตี้ยลง กำแพงก็จะพังลงง่าย มีความเสี่ยงที่จะเกิดผิวหน้าหย่อนคล้อยได้มากขึ้น
  • กลุ่มที่ 2 เคยลดน้ำหนักเยอะ ผิวที่เคยถูกขยายออก (ตอนที่มีน้ำหนักเยอะ) พอลดน้ำหนักลง จะมีผิวหนังส่วนเกินเยอะ ทำให้ต้องดึงหน้า เพื่อเก็บผิวส่วนเกินให้เต่งตึงกระชับขึ้น
  • กลุ่มที่ 3 โรคผิวหนังต่างๆ ที่ทำให้คอลลาเจนไม่ดี เส้นใยคอลลาเจนจะยืดออกมากๆ ทำให้เกิดปัญหาผิวเหี่ยวก่อนวัย โดยอายุ 25 ปี อาจจะมีผิวที่เหมือนคนอายุ 50 ปี ผิวจะหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยชัดเจน
ส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Face Lift) คืออะไร?
ส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Face Lift) คืออะไร?

ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อแก้หน้าหย่อนคล้อยที่ดีขึ้น สมัยก่อนอาจจะต้องเปิดแผลใหญ่ เพื่อเข้าไปดึงโครงสร้างผิวหนังด้านในให้ตึง หากอายุยังน้อย อาจมองว่าไม่คุ้มกับการมีแผล แต่ปัจจุบันมีการส่องกล้อง เช่น ส่องกล้องดึงหน้า ส่องกล้องยกคิ้ว ซึ่งการส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Face Lift) สามารถดึงหน้าชั้นลึก SMAS หรือชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อได้ โดยไม่ต้องเปิดแผลใหญ่ ไม่มีแผลบนใบหน้าเลย เหมาะกับคนไข้ที่มีความหย่อนคล้อยด้านใน แต่ผิวด้านนอกมีความตึงกระชับอยู่

Q : คนไข้อายุน้อยสุดที่มาดึงหน้ากับหมอเอิร์ธ อายุเท่าไหร่?

A : เป็นคนไข้กลุ่มลดน้ำหนัก อายุ 20-30 ปีขึ้นไป ที่อาจจะลดน้ำหนักเกินกว่า 50-60 กิโลกรัมแล้วผิวหย่อนคล้อย ถ้าผิวมีความหย่อนคล้อยในชั้นลึกอย่างเดียว ผิวหน้าด้านนอกยังตึงอยู่ สามารถใช้เทคนิคส่องกล้องดึงหน้าได้ หรือถ้าหากอายุมากแล้ว แต่ผิวด้านนอกยังตึงอยู่ ก็สามารถใช้เทคนิคส่องกล้องดึงหน้าได้เช่นกัน

Q : ระหว่างคนที่ทำโปรแกรมโบท็อกซ์ ร้อยไหม ฉีดสารเติมเต็มอยู่เป็นประจำ กับคนที่ยังไม่เคยทำหัตถการอะไรเลย ถ้าดึงหน้า จะได้ผลลัพธ์ต่างกันไหม?

A : ต่างกันแน่นอน กลุ่มที่ดูแลผิวเป็นอย่างดี ด้วยการทำหัตถการต่างๆ อยู่เป็นประจำ คุณภาพผิวจะดีกว่า รอยย่น รอยพับ ริ้วรอยต่างๆ ค่อนข้างน้อย เมื่อทำการดึงหน้า ผลลัพธ์หลังทำมักจะสวยกว่า แต่ก็มีโอกาสที่จะทำให้การผ่าตัดดึงหน้าซับซ้อนขึ้นเช่นกัน เช่น เคยร้อยไหม หรือทำหัตถการที่ทำให้ผิวสร้างพังผืดขึ้น กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่เคยทำหัตถการมาก่อน จะทำให้การทำหัตถการผ่าตัดง่ายกว่า แต่ผิวที่เคยมีรอยยับ รอยย่นมาก่อน หลังทำอาจจะยังเห็นรอยเหล่านั้นอยู่

Q : คนที่ทำโปรแกรมโบท็อกซ์ หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ จำเป็นต้องฉีดสลายก่อนดึงหน้าไหม?

A : ไม่จำเป็นต้องฉีดสลาย เพราะสารเติมเต็มกลุ่มนี้ในปัจจุบันสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ หากคนไข้ต้องการดึงหน้า หมอแนะนำให้รอสลายจนหมดก่อน หรือหากไม่อยากรอนาน หมออาจจะนำออก พร้อมกับขั้นตอนของการผ่าตัดดึงหน้าเลย

รีวิวผลลัพธ์หลังทำดึงหน้าชั้นลึกจากลูกค้าจริง
รีวิวผลลัพธ์หลังทำดึงหน้าชั้นลึกจากลูกค้าจริง

Q : โปรแกรมร้อยไหม ตัวไหมสลายหรือไม่?

A : ไหมที่ใช้ในการทำหัตถการร้อยไหม มีทั้งที่ทำจากวัสดุที่สลายได้เอง และวัสดุที่ไม่สามารถสลายได้ วัสดุไหมที่้สลายได้ เช่น PDO ซึ่งใช้หลักการให้ไหมเข้าไปสร้างพังผืดใต้ผิว ช่วยให้ผิวยกกระชับขึ้น ส่วนไหมไม่สลายตามธรรมชาติ เช่น ไหมไนลอน ไหมทองคำ เมื่อคนไข้ต้องการดึงหน้า หมอก็จะระมัดระวังให้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของวัสดุที่ใช้ทำไหม ชั้นผิวที่ร้อยไหม โครงสร้างของอวัยวะที่สำคัญ เช่น เส้นประสาท เส้นเลือด เป็นต้น เพราะฉะนั้นคนไข้ที่ร้อยไหม ก็สามารถทำหัตถการดึงหน้าได้อย่างปลอดภัย

Q : การดึงหน้าผู้หญิง กับผู้ชาย ต่างกันอย่างไร?

A : ต่างกันในเรื่องของการออกแบบผลลัพธ์ และแผลผ่าตัด โดยผู้ชายจะมีรายละเอียดมากกว่าผู้หญิง ในเรื่องของจอน หนวด เครา ซึ่งจะสัมพันธ์กับเรื่องของการวางแผลผ่าตัด หลักๆ หมอจะสอบถามคนไข้ว่าชอบไว้จอน หรือหนวดไหม? ทรงผมที่ชอบตัดเป็นทรงไหน? และออกแบบการซ่อนแผลไว้ชิดกับขอบอวัยวะต่างๆ ส่วนการดึงหน้า สำหรับคนไข้ผู้หญิง ข้อสำคัญ คือ ผู้หญิงไม่มีจอน จึงต้องวางตำแหน่งแผลผ่าตัดของผู้หญิงให้เนียนที่สุด อาจซ่อนไว้ที่บริเวณหน้าหรือในไรผม กระดูกอ่อนหน้าใบหูด้านในและบริเวณชิดกับติ่งหู

Q : ดึงคออย่างเดียว ไม่ดึงหน้าได้ไหม?

A : แนะนำให้ดึงหน้าดึงคอ (Facelift & Necklift) พร้อมกัน เพราะแผลดึงหน้ากับดึงคอ มีความต่อเนื่องกัน และหากมองในมุมของผลลัพธ์ ผิวลำคอตึง แต่ใบหน้ายังหย่อนคล้อย ผลลัพธ์ที่ได้อาจดูไม่สอดคล้องกันและไม่เป็นธรรมชาติ

Q : คนอ้วนกับคนผอม ใครดึงหน้ายากกว่ากัน

A : ความยาก-ง่ายไม่ต่างกัน แต่คนอ้วนกว่า มีไขมันใต้ผิวมากกว่า ผลลัพธ์มักจะสวยกว่า เพราะในยุคนี้คอนเซปต์จะไม่ใช่แค่ดึง แต่เป็น Lift & Fill ยกด้วยและเติมด้วย เพราะการยกขึ้น อาจทำให้หายหย่อนคล้อยได้ แต่ว่าหน้าอาจจะยังตอบอยู่ เช่น ขมับตอบ ใต้ตาลึก ซึ่งคอนเซปต์ Lift & Fill จะเข้ามาแทนที่ ทำให้ได้ความละมุน เป็นธรรมชาติมากขึ้น

Q : คนมีอายุ ที่ต้องการดึงหน้า กังวลเรื่องอะไรมากที่สุด

A : ส่วนใหญ่แล้ว จะกังวลกันอยู่ 2 เรื่อง คือ ความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติ เพราะคนที่เริ่มมีอายุ อาจมีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดัน ก่อนผ่าตัดดึงหน้า หมอจะแนะนำให้ควบคุมผลเลือด หรือค่าน้ำตาลต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงปรึกษาหมอโรคประจำตัวก่อน หลังจากค่าต่างๆ ปกติดีแล้ว ก็สามารถผ่าตัดดึงหน้าได้ตามปกติ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการดมยาสลบ ซึ่งการดมยาสลบสำหรับเคสที่มีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อน (ไม่ใช่เป็นการดมยาสลบแบบฉุกเฉิน เช่น เคสอุบัติเหตุ) และดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ซึ่งเป็นคุณหมอดมยาเฉพาะทาง เรียนจบมาเรื่องการดมยาสลบโดยเฉพาะ วิสัญญีแพทย์ก็จะดูแลคนไข้ที่ทำหัตถการที่ต้องดมยาสลบให้ปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

Q : เคสที่อยากดึงหน้า แต่ไม่สามารถทำได้ มีกรณีอะไรบ้าง?

A : มีหลายกรณี เช่น เคสที่หยุดยาละลายลิ่มเลือดไม่ได้ ทำให้ผ่าตัดไม่ได้ อาจจะเคยผ่าตัดหัวใจ เคยเป็นเส้นเลือดสมองตีบ ทำให้ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต หมอจะไม่แนะนำให้ผ่าตัดดึงหน้า เพราะเลือดไม่แข็งตัว อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด

Q : การดึงหน้า ผลลัพธ์ธรรมชาติ ในมุมของคนไข้เป็นอย่างไร?

A : อยากเป็นตัวเอง แต่แค่ดูสดชื่นขึ้น ไม่อยากตาชี้ หรือริมฝีปากเปลี่ยนรูป ซึ่งหมอจะใช้เทคนิคการผ่าตัดที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด

Q : ดึงหน้าแล้ว แต่รู้สึกไม่พอใจ อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?

ดึงหน้าชั้นลึกมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
ดึงหน้าชั้นลึกมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

A : การผ่าตัดดึงหน้า จะมีการดึงหน้าในผิวชั้นตื้น และการดึงหน้าในผิวชั้นลึก ซึ่งการดึงหน้าที่ดี ควรดึงในชั้นลึก เพราะการดึงในชั้นตื้น จะเป็นเพียงการตรึงที่ผิวหนังด้านนอก และอาจมีผลแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา เช่น หน้าผิดรูป ตาชี้ ตาเบี้ยว ปากผิดรูป แผลผ่าตัดไม่สวย หรือมีแรงตึงที่แผล อาจเกิดแผลนูน แผลคีย์ลอยด์ได้ ซึ่งหากไม่ชอบผลลัพธ์ของการดึงหน้าในชั้นตื้นนั้น ผ่านไปไม่นาน ความหย่อนคล้อยก็จะกลับมา ทำให้ใบหน้าดูหย่อนเหมือนก่อนทำได้เอง แต่การผ่าตัดดึงหน้าชั้นลึก (ด้วยเทคนิค Deep SMAS Facelift) นั้น จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างมาก เพราะแรงตึงจะเกิดในบริเวณด้านในผิวลึกถึงชั้นผิว SMAS ส่วนผิวด้านนอกที่หย่อนคล้อย หมอจะมีการตัดหนังส่วนเกินออก ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนาน

Q : เคสดึงหน้าที่ยากและซับซ้อนที่สุดที่หมอเคยเจอ

A : ส่วนใหญ่เป็นเคสแก้ เช่น เคสที่ดึงหน้าจากที่อื่นมาแล้ว แต่เนื้อเยื่อชั้น SMAS ขาด หรือ SMAS แหว่ง มีผลเสีย คือ ผลลัพธ์อยู่ไม่นาน แสดงสีหน้าได้น้อย และดูไม่ค่อยธรรมชาติ เบื้องต้นคนไข้จะมาหาหมอด้วยปัญหาหน้ามีรอยบุ๋ม มีเส้นบนใบหน้า หากเป็นเพียงเล็กน้อย หมออาจแก้ด้วยการฉีดไขมัน หรือหาก SMAS ขาดมาก หมออาจจะซ่อมด้วยการใช้เนื้อเยื่อของคนไข้เอง หรือเนื้อเยื่อเทียม

อีกเคสที่ยาก เป็นเคสแก้แผลผ่าตัด เป็นเคสดึงหน้าจากที่อื่น และวางแผลผ่าตัดไม่ดี ตำแหน่งแผลล้ำหน้ามากเกินไป ทำให้เห็นแผลชัด ส่งผลให้แก้ไขได้ยาก เพราะต้องดึงแผลที่อยู่ล้ำหน้า ให้ซ่อนเข้าไปในใบหู

Q : ผ่าตัดดึงหน้า ซ่อนแผลในไรผมได้ไหม?

A : หมอสามารถวางแนวแผลผ่าตัดในไรผมได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละเคส แต่ไม่แนะนำในกลุ่มคนไข้ที่มีขมับกว้าง เมื่อต้องดึงผิวหน้าขึ้นไปบริเวณขมับ จะทำให้แนวผมถอยร่นขึ้น อาจทำให้บริเวณขมับดูกว้างมากขึ้น จนดูเหมือนศีรษะเถิก การวางแนวแผลผ่าตัด จึงต้องดูความเหมาะสมเป็นเคสบายเคส

Q : จริงไหม? ที่ดึงหน้าแล้วบางเคสผมร่วง คันหรือชาตรงรอยแผล

A : ผมร่วงหลังดึงหน้า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผมร่วงชั่วคราวกับผมร่วงถาวร ซึ่งการผ่าตัดในผม ศัลยแพทย์จะต้องระมัดระวังรากขนหรือรากผมให้กับคนไข้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้ผมบริเวณนั้นแหว่ง หรือรากขนตาย จนนำไปสู่ภาวะผมร่วงถาวรได้

อีกประเภท คือ ผมร่วงชั่วคราว เป็นภาวะของร่างกายที่เข้าสู่ช่วงเวลาพัก เช่น เมื่อมีอาการป่วย หรือหลังคลอดบุตร แล้วมีภาวะผมร่วง ผ่านไปไม่นาน ผมก็จะกลับมาขึ้นได้เอง

ส่วนอาการชาหลังผ่าตัด สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติของการผ่าตัดศัลยกรรม เพราะการผ่าตัดเปิดแผล ปลายประสาทรับความรู้สึกของเราจะเกิดการบาดเจ็บได้บ้าง แต่เป็นเพียงชั่วคราว ในช่วงแผลใกล้หาย บางคนอาจรู้สึกคันหรือรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตเบาๆ บริเวณแผล แต่ใช้ระยะเวลาไม่นานก็จะหายได้เอง

Q : จริงหรือไม่? ที่ปัจจุบัน คนจะเลือกดึงหน้าแทนการฉีด

อายุเท่าไหร่ควรดึงหน้า การผ่าตัดดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี
อายุเท่าไหร่ควรดึงหน้า การผ่าตัดดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี

A : ความจริงแล้วการที่เราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็อาจจะแก้ไม่ได้ทุกปัญหา กลุ่มที่มีความหย่อนคล้อย เหมาะกับการดึงหน้า ส่วนกลุ่มที่วอลุ่มหรือไขมันบริเวณใบหน้าพร่องไป ก็จะเหมาะกับหัตถการประเภทฉีด เช่น ขมับตอบ ใต้ตาลึก เหล่านี้การผ่าตัดไม่สามารถแก้ให้หายได้ แต่ปัจจุบันหัตถการดึงหน้าเริ่มมาแรงแทนหัตถการฉีด เพราะคนไข้มีความเข้าใจมากขึ้นว่าการผ่าตัดมีความปลอดภัยสูง และผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ จึงทำให้คนไข้หันมาดึงหน้ากันมากขึ้น

Q : เรื่องที่คุณหมออยากเตือนคนที่อยากดึงหน้ามากที่สุด

A :

  • ประเด็นแรกเลย คือ ความเหมาะสม คนไข้เหมาะสมที่จะต้องดึงหน้าแล้วหรือยัง หากผิวหน้ายังตึง ริ้วรอยมีน้อย ก็ยังไม่เหมาะสมที่จะทำหัตถการผ่าตัด
  • ประเด็นที่สอง เรื่องความปลอดภัย ควรดึงหน้ากับแพทย์เฉพาะทาง และสถานที่ที่ได้มาตรฐาน
  • ประเด็นสุดท้าย ผลลัพธ์หลังผ่าตัด หากสนใจแพทย์ท่านใด ให้ดูรูปรีวิว ดูผลงานจากแพทย์ท่านนั้นอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ และดูเรื่องความอยู่ได้ยาวนานของผลลัพธ์ รวมถึงผลแทรกซ้อนหลังทำ ซึ่งหมอมีวิธีสังเกตง่ายๆ โดยให้คนไข้ดูรีวิวผลลัพธ์ระยะยาว 1 ปีขึ้นไป สังเกตตำแหน่งแผลผ่าตัด และสังเกตว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ เช่น ตาชี้ ปากผิดรูป หรือติ่งหูหายไป เป็นต้น

Q : ดึงหน้าแล้วจะเป็น Pixie Ear หรือไม่?

A : ดึงหน้าแล้วติ่งหูผิดรูป ทางการแพทย์จะเรียกว่า Pixie Ear (ภาวะติ่งหูถูกดึงรั้งลงผิดธรรมชาติ ส่งผลให้ติ่งหูหายไป) เกิดจากแรงตึงจากการดึงหน้าอยู่แค่ที่ชั้นผิว เมื่อผิวรั้งให้หูยืดออก จึงทำให้ติ่งหูหายไป แต่การดึงหน้าชั้นลึก (ด้วยเทคนิค Deep SMAS Facelift) แรงดึงจากบริเวณผิวจะค่อนข้างน้อย ติ่งหูจึงอยู่ที่เดิม

รีวิวเคสดึงหน้าดึงคอ BLS Full Facelift ที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ

หากใครกำลังมองหา ว่าควรดึงหน้าที่ไหนดี? อยากได้ผลลัพธ์ของการย้อนวัย ใบหน้ายกกระชับ ดูสดชื่นสดใสขึ้น เป็นธรรมชาติและได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน BLS Surgery Center อาจเป็น 1 ในคำตอบที่หลายคนกำลังตามหา สามารถปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ซึ่งมีความชำนาญด้านการศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgery) ประจำศูนย์ศัลยกรรมได้โดยตรง

  • นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) ว.48272 หรือ หมอเอิร์ธ BLS ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon)
  • พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914 หรือ หมอวิ BLS ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon)
นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (หมอเอิร์ธ BLS) ว.48272
นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (หมอเอิร์ธ BLS) ว.48272
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (หมอวิ BLS) ว. 55914
พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (หมอวิ BLS) ว. 55914

เข้ารับคำปรึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ถึง 3 สาขา

สาขาสเตเดียมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

กรอกข้อมูล รับสิทธิ์ปรึกษาคุณหมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง