
คนที่มีแพลนเสริมหน้าอก มักจะนึกถึงประเด็น “เสริมหน้าอกแบบไหนปลอดภัยที่สุด?” เป็นอันดับแรกๆ ซึ่งความปลอดภัยในการเสริมหน้าอก ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่การเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) การประเมินสรีระและเนื้อหน้าอก การเลือกขนาดและชนิดของซิลิโคน เทคนิคการผ่าตัด การดูแลโดยวิสัญญีในการดมยาสลบขณะผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลหลังผ่าตัด
เพราะการเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) หรือศัลยกรรมเสริมหน้าอก ไม่ได้จบลงเมื่อออกจากห้องผ่าตัด แต่ต้องมีการดูแลต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้แผลฟื้นตัวดี ลดความเสี่ยง และทำให้หน้าอกเข้าที่อย่างเหมาะสมกับสรีระของแต่ละคน

สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลว่า เสริมหน้าอกที่ไหนดี? จึงควรพิจารณามากกว่าราคา หรือโปรโมชั่น โดยดูตั้งแต่กระบวนการก่อนผ่าตัด วันผ่าตัด ไปจนถึงระบบ Follow Up และ After Care การดูแลหลังผ่าตัด
เสริมหน้าอกแบบไหนปลอดภัย? 6 เรื่องที่ต้องรู้
การเสริมหน้าอกที่ปลอดภัย ควรเริ่มจากการวางแผนเฉพาะบุคคล โดยมี 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- แพทย์ ควรเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดเสริมหน้าอก
- วิสัญญีแพทย์ การเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยการดมยาสลบ ซึ่งวิสัญญีแพทย์ (Anesthesiologist) เป็นผู้ที่ทำงานร่วมกับศัลยแพทย์ ในการคอยดูแลและติดตามสัญญาณชีพของคนไข้อย่างใกล้ชิดแบบ 1:1 เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย
- สรีระ ประเมินความกว้างของทรวงอก ปริมาณเนื้อหน้าอก และความหย่อนคล้อยก่อนเลือกซิลิโคน
- ซิลิโคน เลือกชนิด รูปทรง Profile และขนาดให้เหมาะกับร่างกาย ไม่ใช่เลือกจากจำนวน cc เพียงอย่างเดียว
- เทคนิคผ่าตัด เลือกตำแหน่งและวิธีผ่าตัดให้เหมาะกับโครงสร้างและผลลัพธ์ที่ต้องการ
- การติดตามผล มีการดูแลแผล ติดตามอาการ และ Follow Up กับแพทย์หลังผ่าตัด

ไม่มีวิธีเสริมหน้าอกแบบเดียวที่ “ปลอดภัยที่สุด” สำหรับทุกคน แต่ควรเป็นวิธีที่เหมาะกับร่างกายและได้รับการวางแผนโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางอย่างเหมาะสม
เสริมหน้าอกมีกี่แบบ? เลือกอย่างไรให้ดูธรรมชาติ


หลายคนอาจเริ่มต้นจากคำถามว่า “เสริมหน้าอกแบบไหนธรรมชาติสุด?” แต่ความเป็นธรรมชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับซิลิโคนเพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวข้องกับเนื้อหน้าอกเดิม ขนาด ตำแหน่งวางซิลิโคน และเทคนิคของแพทย์


เลือกซิลิโคนอย่างไร?
ปัจจุบันมีซิลิโคนหลายรูปทรง หลายขนาด และหลายระดับความนูน การเลือกจึงควรพิจารณาร่วมกันทั้งความกว้างของฐานหน้าอก ความหนาของเนื้อเยื่อ และรูปทรงที่ต้องการ ที่ BLS Breast Surgery Center by BLS Medical Center มีการทดลอง Sizer เพื่อช่วยให้คนไข้เห็นภาพขนาดหน้าอกก่อนตัดสินใจ และพูดคุยร่วมกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางถึงผลลัพธ์ที่เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง

Motiva กับ Mentor ต่างกันอย่างไร?
Motiva และ Mentor เป็นซิลิโคนเสริมหน้าอกที่มีหลายรุ่น ไม่ใช่ซิลิโคนเพียงแบบเดียว ดังนั้นการเปรียบเทียบควรดูทั้งชนิดของเจล รูปทรง Profile พื้นผิวของเปลือกซิลิโคน และลักษณะการคงรูปของแต่ละรุ่น
ตารางเปรียบเทียบ Motiva กับ Mentor
| หัวข้อ | Motiva | Mentor |
|---|---|---|
| ผู้ผลิต | Establishment Labs | Mentor |
| รุ่นซิลิโคนยอดฮิต | Motiva Ergonomix | Mentor Xtra Gel |
| ประเภทเจล | ProgressiveGel และ Ultima Gel มีความยืดหยุ่นสูง | MemoryGel Xtra มีความหนาแน่นสูง |
| รูปทรง | คล้อยตามธรรมชาติเวลายืน เป็นทรงกลมเวลานอน | ซิลิโคนคงรูป เนินอกดูละมุน คืนรูปเร็ว |
| พื้นผิว | ผิวซิลิโคนที่เรียบลื่น (SilkSurface) ลดความเสี่ยงการเกิดพังผืด | ผิวซิลิโคนเรียบ (Smooth) ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นไปได้อย่างอิสระ |
| จุดเด่น | เน้นความเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหวในบางรุ่น | เจลเข้มข้น หน้าอกดูเต็ม เนินหน้าอกชัด ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ |
| FDA สหรัฐฯ | ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA และผ่าน อย. ไทย | ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA ของสหรัฐอเมริกา |
| เหมาะกับใคร | เหมาะกับสำหรับสาวๆ ที่ต้องการหน้าอกที่ให้การเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ | เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการความพุ่ง เนินอกชิด แต่ยังมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ |
เสริมหน้าอก BLS Breast ทำอะไรบ้าง? ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดถึงวันผ่าตัด
การวางแผนก่อนผ่าตัดเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับความต้องการมากขึ้น
- ก่อนผ่าตัด

คนไข้จะได้รับการประเมินโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง พร้อมวิเคราะห์สัดส่วน ความกว้างทรวงอก และเนื้อหน้าอก รวมถึงตรวจเลือด เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนผ่าตัด จากนั้นจึงทดลอง Sizer และร่วมกันวางแผนเลือกขนาดซิลิโคน รวมถึงรูปทรงและเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละคน
- วันผ่าตัด

BLS Breast Surgery Center by BLS Medical Center ใช้เทคนิคส่องกล้องเสริมหน้าอก (Endoscopic Breast) ในการผ่าตัด โดยใช้กล้องช่วยให้แพทย์มองเห็นบริเวณผ่าตัดผ่านจอมอนิเตอร์ และดำเนินการผ่าตัดได้อย่างละเอียด ช่วยให้เกิดความแม่นยำในการเลาะโพรงและวางซิลิโคนให้พอดีกับตัวคนไข้มากขึ้น สามารถห้ามเลือดได้ดี ลดความเสี่ยงของการเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น พังผืดหดรัด เป็นต้น ผ่าตัดร่วมกับการใช้เทคนิคกรวยส่งซิลิโคนเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้แผลเล็กพิเศษ ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน การผ่าตัดดำเนินการภายใต้การดมยาสลบ โดยมีวิสัญญีแพทย์ดูแลและติดตามสัญญาณชีพตลอดการผ่าตัดแบบ 1:1 ส่วนตำแหน่งแผล จะขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ในแต่ละเคส


เสริมหน้าอกพักฟื้นกี่วัน? ดู Timeline ให้เข้าใจง่าย

ระยะพักฟื้นของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเทคนิค ตำแหน่งวางซิลิโคน และสภาพร่างกาย โดยช่วงแรกอาจมีอาการตึงๆ หรือรู้สึกแน่นบริเวณหน้าอกได้บ้าง ซึ่งเป็นอาการตามปกติหลังผ่าตัด
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักพบ | การดูแล |
|---|---|---|
| 1-2 วัน | อาจมีความรู้สึกตึงๆ บริเวณกล้ามเนื้อหน้าอก คล้ายเพิ่งออกกำลังกาย | คอยเช็กแผลและทำแผลอย่างระมัดระวัง ไม่ให้แผลเปียกน้ำ |
| 3-5 วัน | ความรู้สึกตึงลดลง | สามารถเดินและขยับตัวได้คล่องขึ้น เริ่มกลับไปทำงานเบาๆ ได้ |
| 7-14 วัน | หายจากอาการตึง และอาการระบม | ใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ยังคงห้ามนอนคว่ำ ห้ามนอนตะแคง ห้ามยกของหนัก เกิน 5 กิโล และควรใส่ Support Bra ตลอดเวลา |
| 1 เดือนขึ้นไป | หน้าอกเริ่มคล้อยเข้ารูป เป็นธรรมชาติมากขึ้น | สามารถใส่บราไร้โครง และเริ่มกลับมาออกกำลังกายได้มากขึ้น |
After Care ที่ BLS Breast Surgery Center by BLS Medical Center
หลังผ่าตัด BLS Breast Surgery Center by BLS Medical Center มีการดูแลต่อเนื่อง
- ชุดยาและอุปกรณ์ทำแผล
- Support Bra
- หมอนรองคอ
- Silicone Box พร้อมใบรับประกันซิลิโคน
- บริการทำแผลโดยพยาบาลวิชาชีพ
- โปรแกรม LED Red Light Therapy ฉายแสงลดบวม
- โปรแกรม Hyperbaric Oxygen Therapy ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและพิจารณาตามความเหมาะสม
- การติดตามผลกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
การติดตามผลหลังผ่าตัดเป็นส่วนสำคัญ เพราะช่วยให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวและให้คำแนะนำเรื่องการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย และการดูแลหน้าอกในแต่ละช่วง
เสริมหน้าอกมีความเสี่ยงอะไร? อยู่ได้กี่ปี และมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งไหม
แม้การเสริมหน้าอกจะเป็นการผ่าตัดที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ควรรู้ เช่น การติดเชื้อ เลือดออก อาการปวด การเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของเต้านมหรือหัวนม หน้าอกไม่สมมาตร พังผืดรัดเต้านม และซิลิโคนแตกหรือรั่ว รวมถึงอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพิ่มเติมในอนาคตได้
เสริมหน้าอกอยู่ได้กี่ปี?
ปัจจุบันซิลิโคนเสริมหน้าอก ที่ได้รับการรับรองในคุณภาพมาตรฐานรุ่นใหม่ๆ นั้น ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยให้ซิลิโคนมีความแข็งแรงทนทาน แทบจะไม่มีความเสี่ยงเกิดการแตกหรือรั่วของซิลิโคนเลย จึงช่วยให้ผลลัพธ์ของการเสริมหน้าอกอยู่ได้นานถาวร
เสริมหน้าอกมีโอกาสเป็นมะเร็งไหม?
การเสริมหน้าอก ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดมะเร็งเต้านมโดยตรง แต่การตรวจสุขภาพและประเมินเต้านมก่อนเข้ารับการผ่าตัดยังเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้แพทย์ทราบถึงสุขภาพโดยรวมและความผิดปกติของเต้านมก่อนวางแผนศัลยกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเสี่ยง เช่น มีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีความผิดปกติของเต้านมมาก่อน แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมหน้าอก แพทย์จะประเมินทั้งสุขภาพโดยรวมและสภาพเต้านม เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายมีความพร้อมสำหรับการผ่าตัด และช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยการตรวจมีประโยชน์หลักๆ ดังนี้
- ประเมินความผิดปกติของเต้านม
การตรวจ เช่น Ultrasound หรือ Mammogram ตามข้อบ่งชี้และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล อาจช่วยตรวจพบก้อนหรือความผิดปกติของเนื้อเต้านมที่ยังไม่มีอาการ หากพบสิ่งผิดปกติ แพทย์จะสามารถประเมินและวางแผนตรวจเพิ่มเติมก่อนการผ่าตัดได้ - ประเมินสุขภาพและความพร้อมก่อนผ่าตัด
การตรวจร่างกายและตรวจเลือดก่อนผ่าตัดช่วยประเมินสุขภาพโดยรวม รวมถึงปัจจัยที่อาจมีผลต่อการผ่าตัดและการพักฟื้น เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม - ประเมินปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบุคคล
หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม เคยพบก้อนบริเวณเต้านม หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ - เป็นข้อมูลสำหรับการติดตามในอนาคต
การมีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและเต้านมก่อนเสริมหน้าอก สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามสุขภาพเต้านมในระยะยาวได้ โดยหลังเสริมหน้าอกยังสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามคำแนะนำของแพทย์ได้เช่นเดิม เพียงควรแจ้งเจ้าหน้าที่และผู้ตรวจว่าเคยเสริมหน้าอก เพื่อให้เลือกวิธีตรวจและจัดท่าตรวจได้อย่างเหมาะสม
เสริมหน้าอกที่ไหนดี? เช็ก 5 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจ
หากกำลังเปรียบเทียบว่า ควรเสริมหน้าอกที่ไหนดี? ควรเช็กให้ครบทั้ง 5 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจ

- แพทย์เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางหรือไม่
- มีการประเมินสรีระก่อนเลือกซิลิโคนหรือไม่
- สามารถทดลอง Sizer และพูดคุยเรื่องผลลัพธ์ที่ต้องการได้หรือไม่
- มีวิสัญญีดมยาสลบแบบ 1:1 และระบบดูแลระหว่างผ่าตัดหรือไม่
- มี After Care และ Follow Up หลังผ่าตัดหรือไม่

สำหรับ BLS Breast Surgery Center by BLS Medical Center ให้ความสำคัญกับการวางแผนเสริมหน้าอกเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การประเมินโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง การทดลอง Sizer การเลือกซิลิโคนและเทคนิคผ่าตัด การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัดแบบ 1:1 ไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด และการติดตามผลอย่างละเอียด เพื่อให้การเสริมหน้าอกไม่ได้มองเพียงเรื่องความสวยงาม แต่คำนึงถึงความเหมาะสมและการดูแล เพื่อความปลอดภัยในระยะยาวด้วย
สรุป เสริมหน้าอกแบบไหนปลอดภัยที่สุด?
เสริมหน้าอกแบบไหนปลอดภัยที่สุด? คำตอบ คือ การเสริมหน้าอกที่มีการวางแผนอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ตั้งแต่เลือกแพทย์ ประเมินสรีระ เลือกซิลิโคนและเทคนิคผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด เพราะไม่มีซิลิโคนหรือเทคนิคใดที่เหมาะกับทุกคน และไม่มีการผ่าตัดใดที่ปราศจากความเสี่ยงโดยสิ้นเชิง
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเสริมหน้าอก ควรพูดคุยกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเหมาะสมและทำความเข้าใจทั้งผลลัพธ์ที่คาดหวังและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ปรึกษาและประเมินก่อนเสริมหน้าอก กับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
BLS Breast Surgery Center by BLS Medical Center
- นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) ว.48272 หรือ หมอเอิร์ธ BLS ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon)
- นพ.เตชิณ วศินสังวร (TECHIN WASINSANGWORN, M.D.) ว.54362 หรือ หมอต้า BLS ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon)

รีวิวเสริมหน้าอก ที่ BLS Breast Surgery Center by BLS Medical Center









เข้ารับคำปรึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ถึง 3 สาขา
สาขาสเตเดียมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)
- Call: 02-460-9210 กด 1
- Map: https://goo.gl/maps/iV2Km2Khj3KAdcnA9
สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)
- Call: 02-460-9210 กด 3
- Map: https://goo.gl/maps/mKcq792RrqfGhxAx7
สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)
- Call :02-460-9210 กด 4
- Map: https://goo.gl/maps/TkBM5Wiw1E4mrZJh9

